
OSKปักธงหวังติดท็อปไฟว์ใน3ปีขยายธุรกิจครบวงจร-ซื้อบล.ใหม่
OSK รุกธุรกิจหลักทรัพย์ไทย ทั้งขยายธุรกิจครบวงจร ดอดซื้อ บล.เพิ่ม ตั้งเป้า 3 ปีดันมาร์เก็ตแชร์ติด 1 ใน 5 ยันไม่ถอนหุ้นใน 1 ปี
OSK รุกธุรกิจหลักทรัพย์ไทย ทั้งขยายธุรกิจครบวงจร ดอดซื้อ บล.เพิ่ม ตั้งเป้า 3 ปีดันมาร์เก็ตแชร์ติด 1 ใน 5 ยันไม่ถอนหุ้นใน 1 ปี
นายเหลียง ฮวท อ็อง ประธานกรรมการ บริษัท โอเอสเค อินเวสต์เมนท์ แบงค์ เบอร์ฮาด (โอเอสเคฯ) เปิดเผยว่า บริษัทซื้อหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บีฟิท (BSEC) ได้แล้วจำนวน 96% หลังจากนี้จะเปลี่ยนชื่อของ BSEC เป็น บล.โอเอสเค (ประเทศไทย) และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็น OSK
บริษัทขอยืนยันว่าจะไม่ถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 1 ปี แม้สภาพคล่อง (ฟรีโฟลต) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตลาดกำหนดไว้ที่ 15% หลังจากนั้นจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะถอนหุ้นออกจากตลาดหรือไม่
ทั้งนี้ OSK ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ให้ติด 1 ใน 5 บริษัทที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงสุดในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันที่มีมาร์เก็ตแชร์เพียง 0.2% รวมทั้งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมทำธุรกิจวาณิชธนกิจ ธุรกิจอนุพันธ์ และธุรกิจบริหารจัดการกองทุน โดยจะพยายามเร่งให้เกิดธุรกิจดังกล่าวเร็วที่สุด เนื่องจากปัจจุบัน OSK มีเพียงธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ ซึ่งยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้แบบครบวงจร ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าต่างชาติและสถาบันมากขึ้น จากปัจจุบันที่สัดส่วนของรายย่อยสูงถึง 90%
“เรามีแผนสร้างความเติบโตทั้งในระยะสั้น 1 ปี และระยะยาว 5 ปี เช่น การเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการกับโบรกเกอร์ในไทย แต่การควบรวมจะต้องเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ สร้างประโยชน์กับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกลำดับในองค์กร นอกจากนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจ โดยเน้นการสร้างคนและขยายสาขา ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการสำรวจและวิจัยความเป็นไปได้ทางธุรกิจ” นายเหลียง กล่าว
สำหรับสาเหตุที่กลุ่มโอเอสเคฯ เข้ามาลงทุนในไทย เป็นเพราะเห็นว่าตลาดทุนไทยยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน ขณะที่จำนวนประชากรไทยสูงกว่ามาเลเซียมากจึงยังมีช่องทางในการทำธุรกิจอีกมาก นอกจากนี้ภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 1.83 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใหญ่กว่าอินเดีย และคิดเป็น 40% ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในอนาคต
“การเข้ามาทำธุรกิจหลักทรัพย์ในไทยเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะผลักดันให้กลุ่มโอเอสเคฯ กลายเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนในระดับอาเซียน” นายเหลียง กล่าว







