
ตั้งกองทุนไม่หมูฐานะไทยติดลบ
ธปท.เสียงแข็งนำทุนสำรองไปตั้งกองทุน ไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ ฐานะของไทยยังติดลบ
ธปท.เสียงแข็งนำทุนสำรองไปตั้งกองทุน ไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ ฐานะของไทยยังติดลบ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การศึกษาแนวทางการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศบางส่วน ไปตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพื่อเป็นช่องทางลงทุนหาผลตอบแทน ยังมีเวลาในการศึกษาให้รอบคอบ ตามกรอบเวลา 1 เดือน ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ คลังกำหนดมา ต้องดูให้รอบคอบ และต้องปรึกษาหารือกับคณะกรรมการ ธปท. เพราะเกี่ยวข้องในเรื่องงบดุลทางบัญชีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายประสาร กล่าวว่า การนำเงินทุนสำรองไปหาผลตอบแทนหรือรายได้เพิ่ม ต้องดูให้ดี เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง อย่าลืมว่า กำไรสูง ความเสี่ยงก็สูงด้วย จึงต้องรอบคอบ และการดูแลสินทรัพย์ในทุนสำรองก็ต้องจัดการให้ดี เพราะไม่ได้มีแต่สินทรัพย์อย่างเดียวมันมีหนี้สินรวมอยู่ด้วย
นายประสาร ชี้แจงว่า ปัจจุบันฐานะการลงทุนระหว่างประเทศของไทย หักลบระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินแล้ว ไทยยังมีฐานะติดลบอยู่เล็กน้อย ธปท. จึงต้องระมัดระวังเรื่องการลงทุนให้ดี เป็นโจทย์ที่ต้องรอบคอบ ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี
ขณะเดียวกัน นายประสาร กล่าวว่า ไม่ต้องการให้มองว่า สาเหตุ ที่ รมว.คลังนำเรื่องผลการขาดทุนของ ธปท.ในปี 2553 มาพูดถึง เป็นการข่มขู่ให้ ธปท.ตัดสินใจเรื่องการนำเงินทุนสำรองไปลงทุนตั้งกองทุนมั่งคั่ง ซึ่งการพูดถึงผลขาดทุนและการจัดตั้งกองทุนมั่งคั่ง เพื่อหาผลตอบแทนที่มากขึ้น ควรจะแยกโจทย์ออกจากกัน เพราะเป้าหมายสูงสุดของธนาคารกลางและ ธปท. ไม่ใช่อยู่ที่การแสวงหากำไร แต่เป็นการทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
“การทำหน้าที่ของเรา มันก็เหมือนกับที่บางคนพูด คือ ถ้าเศรษฐกิจดี ถ้าคนอื่นกำไร ธปท.ต้องขาดทุน การขาดทุนในงบสะสมของ ธปท.ประมาณ 4 แสนล้านบาท เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษ ช่วงเวลานั้น จะเห็นว่าเงินเหรียญสหรัฐและสกุลสำคัญๆ อย่างยูโร อ่อนค่าลงมาก และเมื่อเทียบค่าเงินเหรียญสหรัฐกับเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเกือบ 10% เวลาตีมูลค่าออกมาในรูปเงินบาทในทางบัญชีแล้ว ธปท.ก็ต้องขาดทุน แต่ถ้าดูในรูปเงินเหรียญสหรัฐแล้ว ยังถือว่ากำไรอยู่” นายประสาร กล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวย้ำว่า ไม่ อยากให้คิดไปในแนวที่ว่ากระทรวงการคลังบังคับ เอาเรื่องการขาดทุนมาขู่ ไม่อยากให้มองอย่างนั้น
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไม่มีความเร่งด่วนใดๆ ที่รัฐบาลที่รัฐมนตรีฯ จะไปวุ่นวายกับ ธปท. โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารเงินทุนสำรอง จังหวะ เวลา และความเหมาะสม ไม่มีด้วยประการทั้งปวง เงินเก็บไว้ในคลังมันจะบูดหรือ ถึงต้องนำมาถลุงเล่น







