posttoday
หลังตรุษจีนหุ้นดิ่ง

หลังตรุษจีนหุ้นดิ่ง

17 กุมภาพันธ์ 2553

...เจียรนัย อุตะมะ

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ โบรกเกอร์ญี่ปุ่น ประเมินว่าแรงขายต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดเทศกาลตรุษจีน โดยขณะนี้ตลาดหุ้นเอเชียปิดทำการต่อเนื่อง ได้แก่ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน และเวียดนาม ส่วนตลาดหุ้นจีน เวียดนาม และไต้หวัน จะปิดทำการถึงวันที่ 19 ก.พ. 2553 โดยแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้า

EPFR Global รายงานสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 ก.พ. 2553 พบว่านักลงทุนต่างชาติทำสถิติขายสุทธิสูงสุดในรอบ 19 เดือน จากกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะวิตกเรื่องสหภาพยุโรป (อียู) กรีซ สหรัฐ และจะยังคงมีแรงขายต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ โดยมีปัจจัยลบจาก

1.ธนาคารกลางจีน กำหนดเพดานสำรองตามกฎหมายสูงขึ้นอีก 0.50% เป็น 16.5% สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ และ 14% สำหรับธนาคารขนาดเล็ก มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. โดยเป็นการเพิ่มครั้งที่สองหลังจากเพิ่งขึ้นไปเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2553 สะท้อนสภาพคล่องในระบบการเงินจะปรับลดลง และเศรษฐกิจจีนอาจชะลอกว่าคาด

2.ปัญหากรีซ และ Portugal Italy Ireland Greece และ Spain (PIGS)

3.การค้าจีนกับสหรัฐอาจเกิดปัญหาสะดุดจากการเยือนสหรัฐขององค์ดาไลลามะ วันที่ 18 ก.พ. 2553

Thompson คาดว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) S&P 500 จะรายงานกำไรเติบโต 208% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (กลุ่มการเงินเติบโตก้าวกระโดดจาก Base Effect) เทียบกับบวก 193.3% ณ วันที่ 1 ก.ย. 2552 โดย 379 บริษัทจากทั้งหมด 500 บริษัท ที่คำนวณดัชนีมีบจ. ที่รายงานกำไรดีกว่าคาด 73% แย่กว่าคาด 18% ตามคาดบวก 9%

4.ผลประกอบการบจ.ไทย คาดจะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นรายหลักทรัพย์ โดยจะเป็นลบต่อหลักทรัพย์ที่กำไรหรือปันผลแย่กว่าคาด เช่น แคลคอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (CCET) โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) หรือจะเป็นบวกหากมีรายงานที่ดีเกินคาด เช่น แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)

ทั้งนี้ โนมูระคาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะรายงานกำไรเด่น ได้แก่ อาหาร ค้าปลีก การเงิน ซึ่งหุ้นเด่น ได้แก่ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) จีเอฟพีที (GFPT) ในทางตรงกันข้าม กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะรายงานกำไรแย่ ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง สื่อ และสาธารณูปโภค

บจ. ที่คาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิ ได้แก่ กลุ่มปตท. ยกเว้นบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) บางจากปิโตรเลียม (BCP) เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และไทยคม (THCOM)

5.สหภาพยุโรปและกรีซ ความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้จะลดลง แต่ไม่ได้หายไปไหน เนื่องจากกรีซจำเป็นจะต้องลดการขาดดุลงบประมาณต่อจีดีพี จาก 12.7% ในปี 2552 ลงมาเหลือ 2.3% ภายในปี 2556 เพื่อแลกกับเงินทุนประมาณ 5.3 หมื่นล้านยูโร หรือ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐปีนี้ โดยการขาดดุลงบประมาณและการรีไฟแนนซ์ จะทำให้ภาระหนี้สินรวมปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2.9 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็น 120% ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)

ขณะที่ปัญหาเสถียรภาพในประเทศเริ่มสั่นคลอน โดยสหภาพแรงงานของรัฐวิสาหกิจประกาศจะเข้าร่วมการสไตรก์ในวันที่ 24 ก.พ. กับสหภาพแรงงานเอกชน เพื่อต่อต้านมาตรการรัฐบาลกรีซที่ประกาศออกมาล่าสุด ทำให้มองว่าเศรษฐกิจอียูมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปรับลดประมาณการ และเป็นผลลบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะไทยที่โนมูระคาดว่าจะได้รับผลกระทบสูงสุด

การที่ PIGS มีแนวโน้มต้องเข้มงวดด้านการคลัง ซึ่งจะมีผลต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รวมทั้งเอเชีย

ขณะที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต่ำกว่า 50% มีสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก และมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อต่ำกว่า 10% ทำให้ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดการเงินน่าจะอยู่ในวงจำกัด ยกเว้นในบางประเทศ เช่น เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะขาดดุลทางการคลัง 8.5% ของจีดีพีในปี 2552 และจะขาดดุลทางการคลังสูงถึง 6% ในปี 2553 และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 10.8% ของจีดีพีปี 2552 และจะขาดดุลทางการคลังสูงถึง 10.1% ในปีนี้ เวียดนามยังมีเงินเฟ้อสูง 6% ปี 2552 และคาดว่าจะเป็น 12.4% ในปี 2553

นอกจากนี้ อินเดียอาจได้รับผลกระทบ เพราะมีหนี้สาธารณะสูง 80% และคาดว่าจะขาดดุลการคลังอีก 0.5% ซึ่งคล้ายกับประเทศโปรตุเกส

สำหรับเกาหลี น่าจะเป็นอีกประเทศที่นักลงทุนจับตามอง เพราะภาคเอกชนมีหนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือนหรือธุรกิจขนาดเล็ก แต่ก็อยู่ในสถานะที่ดีกว่ากรีซ เพราะประเทศในเอเชียไม่ได้ใช้เงินสกุลเดียวเหมือนยุโรป ทำให้ทางการมีอิสระในการดำเนินนโยบายได้มากกว่ายุโรป แม้บางประเทศจะมีหนี้สาธารณะสูง เช่น อินเดีย แต่ก็มีหนี้ต่างประเทศต่ำเพียง 23% ของจีดีพี

ในด้านผลกระทบ หากเศรษฐกิจของ PIGS ชะลอตัวต่อการส่งออกของเอเชียนั้น คาดว่าประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ฮ่องกง เพราะส่งออกไป PIGS คิดเป็น 2.8% ของจีดีพี รองลงมาคือ เวียดนาม (2.4%) และสิงคโปร์

ลงทุนช่วงหลังตรุษจีนก็ให้ระมัดระวังหน่อยก็แล้วกัน..

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท