
โทร.มาก...ระวังมะเร็งถามหา
สมองเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 2 เท่า และไขกระดูกของกะโหลกศีรษะเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 10 เท่า
สมองเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 2 เท่า และไขกระดูกของกะโหลกศีรษะเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 10 เท่า
โดย....มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา องค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer: IARC) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การอนามัยโลก ได้เผยแพร่ข้อมูลด้านวิชาการเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือว่า อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งสมอง
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก 14 ประเทศทั่วโลก ได้ทบทวนข้อมูลวิชาการนับร้อยๆ ชิ้น และสรุปว่าข้อมูลที่มีอยู่บ่งชี้ความเป็นไปได้ของการใช้มือถือกับมะเร็งสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการใช้มือถือมาก
จากการวิจัยในต่างประเทศ พบว่า คนที่ใช้มือถือเป็นเวลาสะสมแล้วเกินกว่า 2,000 ชั่วโมง หรือใช้นานเกินกว่า 10 ปี มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์นานๆ ควรใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีระบบบลูทูธจะทำให้ผู้ใช้ได้รับพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่ำกว่าการใช้ผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือโดยตรงถึง 100 เท่า และการใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีแบบมีสายหรือหูฟัง จะช่วยลดการได้รับพลังงานที่สมองลงประมาณ 10% แต่การใช้ทั้งสองประเภทไม่ควรเกี่ยวไว้ที่หูตลอดเวลาเมื่อไม่ได้ใช้งาน
การถือโทรศัพท์แนบหูทำให้เกิดการดูดซับพลังงานที่สมอง ซึ่งปริมาณการดูดซับขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวเครื่องและเสาอากาศ ลักษณะการใช้ รวมถึงระดับสัญญาณระหว่างตัวเครื่องและสถานีฐาน
สิ่งที่ต้องกังวล คือ สมองเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 2 เท่า และไขกระดูกของกะโหลกศีรษะเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 10 เท่า ซึ่งในหลายประเทศเริ่มมีมาตรการป้องกันเด็กจากโทรศัพท์มือถือออกมาแล้ว เช่น ฝรั่งเศสมีการออกกฎหมายห้ามโฆษณามือถือในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และห้ามผลิตมือถือที่อ้างว่าเหมาะสำหรับเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของรัสเซียเตือนไม่ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ใช้มือถือ
ส่วนเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบ ห้ามใช้ แต่ให้ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และในกลุ่มวัยรุ่นให้ใช้ครั้งละไม่เกิน 10 นาที ทว่าในประเทศไทยเรายังไม่มีใครให้ความสนใจในเรื่องนี้สักเท่าไร ดูได้จากพฤติกรรมวัยรุ่นไทยหลายคนที่ยังคุยโทรศัพท์กันครั้งละเป็นชั่วโมงๆ
ผลสำรวจของสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ร่วมกับสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัศสัมชัญ พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับคลื่นสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ โดย 64.5% นิยมวางโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ที่หัวเตียงพร้อมกับเปิดเครื่องไว้ในเวลานอน ซึ่งหากไม่ใช้งานก็ควรไว้ให้ห่างตัวโดยเฉพาะศีรษะ ไม่ควรวางไว้ที่หัวเตียงและเปิดเครื่องทิ้งไว้ เพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น
ใครที่อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค สามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” นิตยสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้บริโภค www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







