
ตื่นปตท.สผ.เพิ่มทุน
บิ๊กยันมีหลายวิธีหาเงินไม่เฉพาะขายหุ้น/TOPปันผล1.30บาทเกินคาด
บิ๊กยันมีหลายวิธีหาเงินไม่เฉพาะขายหุ้น/TOPปันผล1.30บาทเกินคาด
ตื่น ปตท.สผ. เพิ่มทุนกดหุ้นรูดหนัก บิ๊กยันยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ มีหลายช่องทางเติมเงินลุยธุรกิจ TOP ปันผลเกินคาด 1.30 บาท IRPC แจก 8 สตางค์
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยดัชนีลงมาปิดที่ 1,065.18 จุด ลดลง 3.95 จุด หรือ 0.37% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22,002 ล้านบาท ต่างชาติขาย 1,596 ล้านบาท สถาบันขาย 941 ล้านบาท พอร์ต บล. ขาย 262 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 2,798 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่กดดันให้ดัชนีหุ้นลดลงนอกเหนือจากปัจจัยจากต่างประเทศที่ยังไม่น่าไว้วางใจแล้ว คือการที่นักลงทุนตื่นข่าวว่าบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะเพิ่มทุน
ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้น PTTEP ลดลงอย่างหนัก และลงมาปิดตลาดที่ 166.50 บาท ลดลง 7 บาท หรือ 4.03%
นางเพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงินและบัญชีองค์กร PTTEP กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มทุนในขณะนี้ และการส่งจดหมายเชิญสถาบันการเงินในและต่างประเทศ เพื่อให้เข้ามาช่วยศึกษาว่าโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมของ ปตท.สผ. ในอนาคตควรจะเป็นอย่างไร และแนวทางในการหาเงินทุนรองรับการขยายตัวในอนาคตนั้นมีหลายแนวทาง ไม่เฉพาะการเพิ่มทุนเท่านั้น มีทั้งการกู้เงิน ออกตราสารหนี้ การขายสินทรัพย์ ที่ถืออยู่หรือการการลดการจ่ายเงินปันผล
แนวทางทั้งหมดนี้ จะถูกนำมาศึกษาเพื่อให้บริษัทได้แนวทางที่ดีและเหมาะสมที่สุด ซึ่งนักลงทุนและผู้ถือหุ้นไม่ต้องกังวลเพราะบริษัทจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“ยังไม่เพิ่มทุนตอนนี้ เพราะหากดูสภาพตลาดในต่างประเทศก็ยังไม่เอื้ออำนวย และขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดในการเพิ่มทุนจึงไม่อยากให้นักลงทุนตื่นตระหนก และหากอนาคตการเพิ่มทุนเกิดขึ้นจริงก็อยากให้นักลงทุนมองเป็นเรื่องปกติอย่าตกใจ เพราะเป็นการทำให้ธุรกิจเติบโต”
บริษัหลักทรัพย์ พัฒนสิน (CNS) แนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นอื่นในกลุ่ม ปตท. เพราะการเพิ่มทุนจะกดดันหุ้น PTTEP ต่อไปอีก และมองว่า PTTEP จะเพิ่มทุนในระดับ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากผลของการเข้าซื้อแหล่งน้ำมันที่แคนาดา ทำให้หนี้สินสุทธิต่อทุนขึ้นมาอยู่ที่ 0.45 เท่าจากเป้าหมายที่บริษัทตั้งว่าจะต้องอยู่ที่ 0.5 เท่า และอนาคตจะผลิตให้ได้ 9 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันจาก 2.71 แสนบาร์เรล จึงจำเป็นต้องเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโต
ด้านบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ประกาศจ่ายปันผลงวดกลางปีให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท ซึ่งเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะจ่ายหุ้นละ 1.25 บาท ขณะที่บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จ่ายเงินปันผลงวดกลางปีให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.08 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ บริษัท ปตท. (PTT) ถือหุ้นใหญ่ใน IRPC จำนวน 7,869.69 ล้านหุ้น ก็จะได้รับเงิน 629 ล้านบาท และถือหุ้นใหญ่ใน TOP จำนวน1,001 ล้านหุ้น จะได้รับเงิน 1,302 ล้านบาท
นายอธิคม เติบศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายแผนธุรกิจองค์กร IRPC เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรของบริษัทในไตรมาส 3 มีโอกาสลดลงจากไตรมาส 2 ตามทิศทางของค่าการกลั่นรวม (GIM) ที่ประเมินว่าจะอ่อนตัวลงจากไตรมาสผ่านมา ที่ทำได้ 11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็น GIM ที่รวมกับกำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain) และจะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันด้วย
บริษัท เอสวีไอ (SVI) แจ้งผลการประชุมกรรมการมีมติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารเงินจำนวน 55 ล้านหุ้น หรือ 2.82% ของทุนชำระแล้วในวงเงิน 275 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาหุ้น SVI ในวันที่ 2 ก.ย. ปิดที่ 4.28 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 7.54%







