
แบงก์ยกธงขาว ยอมหั่นค่าต๋งสุดแพง
8...ทีมข่าวการเงิน
หลังถูกสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ เปิดข้อมูลถล่มยับ กรณีแบงก์พาณิชย์รีดค่าธรรมเนียมลูกค้าสูงเกินกว่าเหตุ
ทำให้ล่าสุดบรรดาซีอีโอแบงก์ใหญ่เริ่มเสียงอ่อน แบ่งรับแบ่งสู้ ถึงความเป็นไปได้ที่จะลดค่าธรรมเนียมลงมา
แต่ยังขอหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อน เพราะข้อมูลของทีดีอาร์ไอมีทั้ง
“ถูก” และ “ไม่ถูก”รวมถึงโยนเผือกร้อนกลับไปหาธปท. ว่ารู้ข้อมูลต้นทุนแบงก์ดีกว่าใคร...
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารจะลดค่าธรรมเนียมลงมา ทั้งค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามธนาคาร หรือแม้กระทั่งการยกเลิกการคิดค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มข้ามเขต
เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนลดลงมาก แต่คงต้องหารือกันระหว่างธนาคารและธปท.ก่อน เพราะการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องอยู่บนฐานข้อมูลที่ครบถ้วน รอบด้าน ซึ่งข้อมูลที่ทีดีอาร์ไอยกมา เป็นเพียงค่าธรรมเนียมโอนเงิน ไม่ได้ครอบคลุมถึงค่าธรรมเนียมทั้งหมด ขณะที่ผู้ที่รู้ข้อมูล และรับรู้ต้นทุนของธนาคารดีที่สุดก็คือ ธปท.
นายอภิศักดิ์เป็นห่วงว่า ถ้าปรับลดค่าธรรมเนียมตัวหนึ่ง จะไปทำให้ค่าธรรมเนียมอีกตัวหนึ่งเพิ่มสูงขึ้น เพราะทุกวันนี้ธนาคารใช้หลักการ ทำเพื่อคนส่วนใหญ่
แม้บริการบางอย่างมีต้นทุน แต่ธนาคารไม่เรียกเก็บค่าบริการเพราะคนใช้บริการมาก ขณะที่บริการอีกอย่างไม่มีต้นทุนแต่ธนาคารกลับเก็บค่าบริการ เพราะเป็นกลุ่มลูกค้ามีรายได้สูง
“
ถ้ามีการปรับเปลี่ยนค่าธรรมเนียมให้สะท้อนต้นทุนจริงจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ถึงได้มีการให้บริการฟรี 4 ครั้งแรกโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม” นายอภิศักดิ์ ระบุขณะที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างหารือว่าจะมีทางลดค่าธรรมเนียมลงมาได้หรือไม่ โดยเฉพาะการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในเขตเดียวกันไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพราะเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ส่วนธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์ฟรี จากเดิมแม้อยู่ในเขตเดียวกันแต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมข้ามเขต ทั้งนี้
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการให้บริการเอทีเอ็มมีต้นทุน ทั้งการสำรองเงินในตู้ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ได้ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายขนส่งเงินในตู้ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ไม่คิดค่าใช้บริการเอทีเอ็ม แตกต่างจากสหรัฐที่คิดค่าใช้บริการตู้
นายประสาร กล่าวว่า ธนาคารพยายามเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม แต่เพิ่มโดยการเพิ่มช่องทางใหม่ๆ เช่น การเป็นที่ปรึกษาในการบริหารเงินเป็นหลัก
ไม่ได้เน้นสร้างรายได้เพิ่มจากการเก็บอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มเพราะไม่ต้องการผลักภาระให้ผู้บริโภค
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การคิดค่าธรรมเนียมต้องดูต้นทุนโดยรวมให้ครอบคลุมมากกว่า ไม่ใช่ดูแค่จุดใดจุดหนึ่ง เพราะการทำธุรกรรมในสาขาก็ต้องลดลงเรื่อยๆ เป็นไปไม่ได้ที่ธนาคารจะเปิดสาขาไปได้เรื่อยๆ
นางกรรณิกา กล่าวอีกว่า ธนาคารสนับสนุนการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้เพิ่มมากขึ้น แต่ทีดีอาร์ไอดูด้านเดียวมากเกินไป ตอนนี้ธนาคารยังคงไม่มีการปรับเปลี่ยนค่าธรรมเนียม เพราะหากพิจารณาในต่างประเทศมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนและดูยอดเงินเอทีเอ็ม ตอนนี้ธนาคารก็ยกเว้นให้ถึง 4 ครั้ง หรือจะให้แบงก์เก็บตรงนี้
“
ทีดีอาร์ไอไม่ได้มองภาพรวมทั้งหมด ซึ่งเอทีเอ็มเป็นธุรกรรมที่มีต้นทุนแพงมากเพราะต้องซื้อเครื่อง เช่าที่ ชุมสาย เติมเงิน รวมทั้งเงินที่อยู่ในตู้เอทีเอ็มก็เป็นเงินจม แบงก์ไม่สามารถสร้างรายได้จากเงินตรงนั้น และแบงก์ต้องแบกภาระต้นทุนเอาไว้เอง การพิจารณาต้นทุนต้องดูรอบด้านไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่งแน่นอน” นางกรรณิกา กล่าวกรณีธนาคารทหารไทยมีบัตรเดบิตไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อใช้กับตู้เอทีเอ็มต่างธนาคาร มองว่า ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะแต่ละธนาคารจะทำอะไรก็ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของธนาคารนั้นๆ หากธนาคารมีธุรกรรมไม่มาก การอาศัยเอทีเอ็มของธนาคารใหญ่ก็เป็นวิธีลดต้นทุน
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย ยอมรับว่า ธนาคารเห็นด้วยกับแนวทางของธปท. ในการทบทวนเรื่องค่าธรรมเนียมดังกล่าว แต่ธนาคารยังคงยืนยันว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ของธนาคารเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เกิดขึ้นกับการให้บริการ
ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียม นั้น ธนาคารได้มีการจัดส่งให้ธปท. ตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าการทบทวนเรื่องดังกล่าวของธปท. ไม่ถึงขั้นที่จะต้องรื้อโครงสร้างเพดานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้ใหม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเพดานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มจริง ธนาคารก็เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบต่อเป้าหมายในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 3,000 ล้านบาทแน่นอน เนื่องจากค่าธรรมเนียมของธนาคารส่วนใหญ่จะเติบโตมาจากการให้บริการการประกันภัยผ่านธนาคารเป็นหลัก
งานนี้คงต้องจับตาดูว่า จากนี้แบงก์พาณิชย์ต่างๆ จะมีทางออกในเรื่องนี้อย่างไร
โดยเฉพาะอีกข้อกล่าวหาของทีดีอาร์ไอ ที่โจมตีด้วยว่าแบงก์มีการฮั้วราคาค่าธรรม เนียม จนกลายเป็นระบบเสือนอนกิน เพราะไม่มีการแข่งขัน
ที่สุดแล้วเชื่อว่า งานนี้ผู้บริโภคคือคนที่รับประโยชน์มากที่สุด!!!







