
ทรีเทลลิงค์เตรียมลงทุนยกเครื่องระบบไอที
ทรีเทลลิงค์ ลงทุนเฉียด 400 ล้านบาท ยกเครื่องระบบไอที พร้อมพัฒนาพื้นที่หน่วยงานใหม่ต่อยอดธุรกิจค้าปลีก
ทรีเทลลิงค์ ลงทุนเฉียด 400 ล้านบาท ยกเครื่องระบบไอที พร้อมพัฒนาพื้นที่หน่วยงานใหม่ต่อยอดธุรกิจค้าปลีก
นายนริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทรีเทลลิงค์(ไทยแลนด์) ในเครือบริษัทซีพี ออลล์ ผู้ดเนินธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบอาหารเครื่องดื่ม อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีก ฯลฯ เปิดเผยว่าบริษัทเตรียมใช้งบลงทุนต่อเนื่องปีนี้และปีหน้า ในเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 200 ล้านบาท ด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทส(ไอที) โดยเฉพาะระบบงานหลังบ้าน(แบ็ค ออฟฟิศ) เป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ(โอเปอเรชัน)ด้านต่างๆของบริษัทได้มากขึ้น
พร้อมเตรียมงบกว่า 160 ล้านบาท แบ่งเป็น 80 ล้านบาท จัดตั้งสำนักงานด้านวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ๆในไตรมาส4 ปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการวางระบบงานไอทีใหม่ของบริษัท โดยแบ่งเป็น 50 ล้านบาท ลงทุนซื้อที่ดินเพิ่มอีก 3ไร่ บริเวณที่ติดกับบริษัท ย่านถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มเป็น 10ไร่ จากเดิม 7ไร่ เพื่อพัฒนาพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง ภายใต้ชื่อ รีเฟอร์บิสช์(Refirbish) เพื่อช่วยเหลืองานซ่อมอุปกรณ์ประเภทต่างๆให้กับลูกค้าบริษัท ให้สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ที่ช่วยลดต้นทุนหรือค่าเสื่อมได้ 25% เทียบกับการราคาอุปกรณ์ใหม่ เป็นต้น
ส่วนที่เหลืออีก 80 ล้านบาท บริษัทได้ติดตั้งเทคโนโลยีบริหารจัดการทรัพย์สินแบบครบวงจร “ไอบีเอ็ม แม็กซิโม เอ็นเตอร์ไพรส์ แอสเสท แมเนจเมนท์” เป็นเฟสแรกเพื่อเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการให้บริการระหว่างลูกค้าของบริษัทได้มากขึ้น และคาดว่าจะทำให้บริษัท มีต้นทุนการบริหารจัดการในภาพรวม(ทีคิวเอ็ม) ลดลงราว30% ในอนาคต ประกอบด้วย ต้นทุนเงินเดือน, อะไหล่, การเดินเอกสาร, เชื้อเพลิง, ค่าแรงงานคน ฯลฯ
จากการนำระบบดังกล่าวมาใช้ จะยังช่วยให้บริษัทไม่จำเป็นต้องว่าจ้างบุคลากรในส่วนงานของซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่สามารถคงการจ้างบุคคลากรเดิมได้ไว้ที่ 32 อัตราในปัจจุบัน ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าต่างๆของบริษัท ทั้งกลุ่มร้านค้าสะดวกซื้อ และร้านที่มีเครือข่ายมากกว่า 7,000 รายทั่วประเทศ จะยังได้รับการบริการหรือเซอร์วิส อกรีเมนต์ ได้ตามข้อตกลงอัตราเดิมกับบริษัท ที่ไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นมานานกว่า8ปี แม้ปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจจะผันผวนและส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานในภาพรวมก็ตาม
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจบริษัทนับจากนี้ ที่จะมุ่งให้ความสำคัญในเรื่องการบริการหลังการขาย และ การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย โดยผ่านตัวแทนขาย(ดีลเลอร์)มากขึ้น โดยวางเป้าหมายเพิ่มเป็น 300-400 ราย ซึ่งจะมาจากคู่แข่ง จากปัจจุบันทำตลาดผ่านดีลเลอร์เพียง2-3 รายเท่านั้น และทำตลาดในรูปแบบขยายตรง พร้อมเตรียมแผนขยายธุรกิจใหม่ให้บริการซ่อมบำรุงในกลุ่มอาคารสูง รวมทั้งขยายให้บริการติดตั้งอุปกรณ์ค้าปลีกต่างๆที่มีความหลากหลายมากขขึ้นในอนาคต โดยรายได้บริษัทใน2ไตรมาสแรกปีนี้ เติบโต 30% เทียบกับปีที่ผ่านมา คาดสิ้นปีมีรายได้ราว 1,700 ล้านบาท และจากแนวทางธุรกิจดังกล่าวจะผลักดันให้บริษัทมีรายได้เติบโตเป็นเท่าตัวในปี2556 หรืออยู่ที่ประมาณ 3,600 ล้านบาท







