posttoday
แรงงานต่างชาติสนไทย

แรงงานต่างชาติสนไทย

31 สิงหาคม 2554

ตลาดแรงงานไทยบูม รับเออีซี ชี้นโยบาย 300 บาทดีระยะสั้น

ตลาดแรงงานไทยบูม รับเออีซี ชี้นโยบาย 300 บาทดีระยะสั้น

แนะเร่งปรับตัว ก่อนสาย แมนพาวเวอร์ปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์ตลาดเชิงรุก

นายภูสิต เพ็ญศิริ ที่ปรึกษาตลาดต่างประเทศ สมาคมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธุรกิจครัวไทย กล่าวว่า การเปิดเสรีการค้าในภูมิภาคอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 จะทำให้เกิดตลาดแรงงานหมุนเวียนกว่า 300 ล้านคนในภูมิภาคนี้ และไทยมีโอกาสที่จะเป็นฮับแรงงานในภูมิภาค ด้วยสถานที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อไปยังประเทศไทยต่างๆ ซึ่งขณะนี้แรงงานชาวเวียดนามได้เตรียมความพร้อมด้วยการเรียนภาษาไทย เพราะหลังเปิดตลาดเออีซีจะได้โยกย้ายมาทำงานในประเทศไทยได้ เช่น กลุ่มวิศวกร นักกฎหมาย และแพทย์

นอกจากนี้ ด้วยนโยบายการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ยิ่งดึงดูดให้แรงงานต่างชาติเข้ามามากขึ้น เพราะถือว่าเป็นค่าจ้างที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคนี้

“ในระยะสั้นนโยบายการปรับค่าจ้างของรัฐบาลชุดนี้ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้คนมีกำลังซื้อมากขึ้นและเศรษฐกิจจะหมุนไป แต่ในระยะยาวต้องเตรียมแผนรับมือให้ดี เพราะหากแรงงานไทยปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง จะเป็นแค่แรงงานไม่มีฝีมือ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายที่สุด” นายภูสิต กล่าว

ระยะยาวรัฐบาลต้องเตรียมยุทธศาสตร์ในการพัฒนาแรงงานในเชิงต้นทุนของบุคลากรมากกว่าเรื่องทักษะ เช่น การฝึกภาษามุมมอง และการอยู่ร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภาครัฐต้องสนับสนุนในการตั้งสภาการจัดหาแรงงาน เพื่อปรับแนวคิดในเรื่องตลาดแรงงานให้ถูกต้อง เช่น ใช้คนให้ถูกกับงาน หรือการเอาต์ซอร์ส ที่จะทำให้ได้บุคลากรที่สอดรับกับธุรกิจอย่างแท้จริง

นายวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการด้านการเงินและทรัพยากรบุคคล บริษัท แมนพาวเวอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ธุรกิจจัดหางานในประเทศไทยเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักทุกปี และปีนี้เติบโตสูงมาก โดยสะท้อนผ่านยอดขายของบริษัท ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมียอด 2,000 ล้านบาท เพิ่มเท่าตัวจากปีก่อนที่มียอดขาย 1,000 ล้านบาท และภายใน 3 ปี คาดว่าจะมียอดขายถึง 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายการให้บริการที่มุ่งตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างครบวงจร และเน้นพัฒนาศักยภาพแรงงานในเชิงนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทย อัตราการว่างงานค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะปีนี้อยู่ในระดับ 0.8% หรือว่างงานประมาณ 2 แสนคน แต่บางภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิ้นส่วนรถยนต์ยังขาดแคลนค่อนข้างมาก บริษัทจึงมุ่งทำตลาดเชิงรุกเพื่อให้สอดรับกับตลาดแรงงานที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านนายแมทธิว วอล์คเกอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม ผู้ผลิตผนังและฝ้าเพดานยิปรอค ให้ความเห็นว่า การขึ้นค่าจ้างงานส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ หันมาใช้วัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปแบบยิปรอคมากขึ้น เพราะวัสดุก่อสร้างประเภทนี้ช่วยลดเวลาและจำนวนแรงงานในการก่อสร้างได้ในส่วนของภาคผู้ผลิต ยอมรับว่า การปรับขึ้นค่าแรงต่างๆ คงมีผลกระทบต่อต้นทุนในการผลิตสินค้า แต่อย่างที่กล่าวแล้วว่าก็มีผลดีในแง่ของความต้องการใช้ที่สูงขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการต้องการลดต้นทุนการก่อสร้าง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ