posttoday
แกะรอยคำแนะนำนักวิเคราะห์

แกะรอยคำแนะนำนักวิเคราะห์

31 สิงหาคม 2554

เคยสงสัยมั้ยครับว่าบทวิเคราะห์หุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ เวลาให้คำแนะนำซื้อขาย

เคยสงสัยมั้ยครับว่าบทวิเคราะห์หุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ เวลาให้คำแนะนำซื้อขาย

ทำไมต้องมีคำเรียกที่แตกต่างกันมากมายขนาดนั้นด้วย คำแนะนำซื้อก็มีทั้งซื้อ ทยอยซื้อ ซื้อเก็งกำไร หรือหากเป็นค่ายบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ ก็ใช้คำว่า Buy, StrongBuy, AccumulativeBuy เป็นต้น วันนี้ผมจึงจะขอชวนท่านผู้อ่านมาแกะรอยคำแนะนำซื้อขายของนักวิเคราะห์กันครับ

คำแนะนำในการลงทุนมีมากก็จริงครับ แต่ก็พอจัดกลุ่มได้ สำหรับหลักทรัพย์บัวหลวงเรามีคำแนะนำอยู่ 4 ระดับ คือ ซื้อ ซื้อเก็งกำไร ถือ หรือขาย แต่ไม่ว่าจะเป็นค่ายหลักทรัพย์ไทยหรือเทศ น่าจะมีความหมายไม่แตกต่างกันมากนัก โดยทั่วไปสามารถสรุปได้ 6 แนวทางดังนี้ คือ

1.หากนักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่วิเคราะห์อยู่มีแนวโน้มกำไรขยายตัวได้ดีเฉลี่ยมากกว่า 15% ต่อปีขึ้นไปในอีก 13 ปี มีการจ่ายเงินปันผลระดับหนึ่ง มูลค่าหุ้นประเมินโดยพื้นฐานแล้วสูงกว่าราคาหุ้นในกระดานมากกว่า 20% ขึ้นไป หากเข้าเงื่อนไขเหล่านี้ นักวิเคราะห์จะใส่คำแนะนำ คือ ซื้อ หรือ Buy ครับ

2.หากนักวิเคราะห์ประเมินหุ้นตามเงื่อนไขเป็นไปตามข้อ 1 แต่เมื่อพิจารณาเงื่อนไขทางด้านแนวโน้มตลาดหุ้นต่อการลงทุนในหุ้นนั้นๆ เพิ่มเติม เรามักจะเห็นการใช้คำแนะนำที่แสดงความหมายที่เข้มข้นมากขึ้น เช่น StrongBuy หรือ Outperform เพื่อบอกนักลงทุนว่านอกเหนือจากหุ้นน่าสนใจ น่าซื้อ เพราะถูกกว่าราคาประเมินจากพื้นฐานมากแล้ว ยังอาจจะมีปัจจัยด้านบวกที่จะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ หรือราคาหุ้นนั้นๆ น่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าดัชนีตลาดหุ้นหรือหุ้นในกลุ่มเดียวกัน

3.ส่วนคำแนะนำทยอยซื้อ หรือ AccumulativeBuy จะมีความหมายว่า ราคาหุ้นถูกมากแล้วเมื่อเทียบกับราคาประเมินจากพื้นฐานบริษัท แต่การฟื้นตัวของรายได้และกำไรของบริษัทอาจดำเนินไปอย่างช้าๆ หรือแนวโน้มตลาดหุ้นโดยรวมยังไม่สู้ดีนัก ดังนั้นนักลงทุนควรค่อยๆ ทยอยซื้อหุ้น

4.คำแนะนำระดับถัดมาคือ ซื้อเก็งกำไร หรือ Speculative Buy หรือ Trading Buy ความหมายคือ นักวิเคราะห์อาจประเมินว่าราคาหุ้นในกระดานไม่แตกต่างจากราคาประเมินโดยพื้นฐานนัก แต่บริษัทอาจมีประเด็นด้านบวกที่จะเข้ามาในช่วง 13 เดือนจากนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ แต่นักวิเคราะห์ไม่มั่นใจนักว่าราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไปจะสามารถยืนได้ กรอบผลตอบแทนจากการลงทุนไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจน ขึ้นอยู่กับบรรยากาศการลงทุน ปัจจัยข่าวที่จะเข้ามากระทบต่อมูลค่าพื้นฐานของหุ้นบริษัทนั้น และนักวิเคราะห์เองยังมีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะระบุชัดเจนได้ว่าราคาพื้นฐานที่จะเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยบวกดังกล่าวนั้นควรเป็นเท่าไร ดังนั้นคำแนะนำจึงออกมาในลักษณะให้หาจังหวะเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร

5.คำแนะนำต่อไปคือ ถือ หรือ Neutral ความหมายทั่วไปที่ใช้กันคือ ราคาหุ้นแตกต่างจากราคาพื้นฐานไม่เกิน 10% ประเด็นปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบต่อบริษัทมีทั้งด้านบวกและด้านลบ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นอาจปรับตัวได้ใกล้เคียงกับดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือคาดว่าให้ผลตอบแทนลงทุนในระดับเดียวกับตลาดหุ้นโดยรวม ดังนั้นนักลงทุนอาจเลือกที่จะถือหุ้นตัวนั้นต่อไป หรือขายเพื่อรอซื้อกลับเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง หรือเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นตัวอื่นที่สามารถให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าทั้งที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกันหรือต่างธุรกิจ

6.สุดท้ายคือคำแนะนำ ขาย ที่แสดงว่านักวิเคราะห์ได้ประเมินแนวโน้มรายได้ กำไรของบริษัทว่ามีโอกาสปรับตัวลงต่อในอีก 12 เดือนถัดไป ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยลบได้ทั้งหมด หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับโครงสร้างการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะสร้างผลกระทบระยะยาวต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ไม่ใช่ผลกระทบที่เข้ามาเพียงระยะสั้น 36 เดือน ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงในวัฏจักรธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบ ข้อกำหนดทางกฎหมายที่ขัดต่อธุรกิจ ฐานะทางการเงินที่อ่อนแอเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ การโยกย้ายฐานการผลิต เป็นต้น

ถึงตอนนี้หลายท่านคงร้องอ๋อ และเลิกแปลกใจเวลาอ่านบทวิเคราะห์แล้วพบว่าผลประกอบการบริษัทก็ออกมาดี ทำไมนักวิเคราะห์ถึงบอกให้ขาย หรือกรณีผลประกอบการออกมาแย่ แต่นักวิเคราะห์ถึงแนะนำให้ซื้อ

ทั้งหมดนี้คือคำแนะนำที่นักวิเคราะห์ประจำบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ นิยมใช้เขียนเพื่อแนะนำสำหรับการลงทุน เมื่อเราเข้าใจการทำงานของนักวิเคราะห์ ท่านนักลงทุนก็จะสามารถใช้งานบทวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็คงทำให้นักลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ถูกต้อง สุดท้ายผมหวังว่านักลงทุนจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้นะครับ  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท