
พณ.หนุนเอกชนตั้งโรงงานต่างประเทศ
กิตติรัตน์ แนะเอกชนขยายตลาด ตั้งโรงงานในต่างประเทศ-นำเข้าเครื่องจักร คาดบรรเทาบาทแข็งค่าได้
กิตติรัตน์ แนะเอกชนขยายตลาด ตั้งโรงงานในต่างประเทศ-นำเข้าเครื่องจักร คาดบรรเทาบาทแข็งค่าได้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายในงานสัมมนา F.T.I.Economic Focus 2011 ครั้งที่ 5/2554 เรื่อง “วิกฤตการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ ผลกระทบและการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย” ว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลดผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ และยุโรปที่ส่งผลต่อการส่งออกไทย โดยภาคธุรกิจจำเป็นต้องคิดทำธุรกิจเพิ่มขึ้น ให้ความสำคัญด้านการตลาด หันไปตั้งโรงงานในต่างประเทศ และนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดแรงกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่า โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่
“เศรษฐกิจโลกปีหน้าอาจเติบโตช้าลง ผู้ซื้อต่างประเทศก็จะมีกำลังซื้อลดลง โดยรัฐบาลนี้ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการส่งออกอยู่ โดยจะทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจโลก เพราะไทยคงหนีไม่พ้นผลกระทบทางอ้อม” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกวัน กระทบต่อการส่งออกของเอกชน เอกชนจึงต้องเร่งใช้เงินตราต่างประเทศออกไปซื้อเครื่อมือ เครื่องจักร เพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า จะมีหวังพึ่งหน่วยงานที่ดูลอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียวไม่ได้ เพราะหน่วยงานดังกล่าวต้องทำหน้าที่วิเคราะห์ วิจัย และควบคุทค่าเงินบาทได้ในระยะเวลาสั้น นักธุรกิจจึงต้องมาช่วยกันนำเข้าสิ่งที่เป็นประโยชน์
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วิกฤตสหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) อาจมีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยไม่มากนัก แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทย ไทยคงได้รับผลกระทบทางอ้อมไม่มากก็น้อย และหากเศรษฐกิจโลกถึงขั้นถดถอย ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และภาครัฐจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรับมือ นโยบายการเงิน การคลัง ที่ไม่เร่งด่วนจึงควรชะลอไว้ เพื่อเตรียมการรับมือต่อภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในต้นปีหน้า
สำหรับสิ่งที่ภาคเอกชนเป็นกังวลในขณะนี้ ได้แก่ ภาวะต้นทุนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ดอกเบี้ย ค่าจ้าง รวมทั้งต้องการให้ธนาคาแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง พิจารณาดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมในการป้องกันการแข็งค่าของเงินบาท รวมทั้งต้องการให้รัฐบาลตั้งวอร์รูม เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด
“เรื่องที่รัฐบาลขอให้เอกชนช่วยใช้เงินตราต่างประเทศในการนำเข้าเครื่องจักรมาผลิตสินค้า เพื่อลดการแข็งค่าเงินบาท มันเป็นคนละเรื่องกัน การนำเข้าเครื่องจักรต้องเป็นแผนทางธุรกิจที่วางไว้เป็นปี ต้องขยายโรงงานรองรับเครื่องจักรใหม่ และเมื่อซื้อเพิ่มก็ผลิตเพิ่ม สุดท้ายจะเอาของไปขายใคร” นายธนิต กล่าว
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า มาตรการบรรเทาผลกระทบของผู้ส่งออก เช่น การขยายตลาดใหม่ เน้นตลาดอาเซียนและตลาดที่ไทยทำความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ด้วยเนื่องจากเป้นตลาดที่ใกล้บ้าน ค่าขนส่งถูก ภาษีไม่มี และเมื่อขายของไปได้แล้วก็ขยายไปลงทุนยังประเทศเหล่านั้น เป็นต้น







