posttoday
บอดี้เชพ ปรับใหญ่ขยายธุรกิจ

บอดี้เชพ ปรับใหญ่ขยายธุรกิจ

30 สิงหาคม 2554

บอดี้เชพ ปรับใหญ่รอบ18ปี ขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อความงามหวังกระจายความเสี่ยงธุรกิจ พร้อมรีแบรนด์เจาะวัยรุ่น

บอดี้เชพ ปรับใหญ่รอบ18ปี ขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อความงามหวังกระจายความเสี่ยงธุรกิจ พร้อมรีแบรนด์เจาะวัยรุ่น

นายภูพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ผู้บริหารสถาบันลดน้ำหนักและความงาม “บอดี้เชพ” เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจใหม่ครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี โดยขยายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อความงามอย่างจริงจังมากขึ้น หลังเห็นโอกาสตลาดสินค้ากลุ่มนี้เติบโตดีต่อเนื่อง และเพื่อกระจายความเสี่ยงธุรกิจความงามบอดี้เชพ

ล่าสุด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ เรโนคิน (Renokin) นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ จากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์บอดี้เชฟจำนวน 11 รายการในปีหน้า พร้อมมีแผนทำตลาด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าภายใต้แบรนด์ อัลพาย ซิล (Alpine silk)ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรกเกาะ นำเข้ามาจากประเทศนิวซีแลนด์ และเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ อิริคสัน แลบบอราทอรี ( Erickson Laboratories) โดยเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อลดเรือนริ้วรอย นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เข้ามาทำตลาดต่อไปด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและบำรุงผิวแบรนด์อื่นเข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ภายใน 5- 10 ปีข้างหน้า หลังจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างจริงจังแล้ว จะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเปลี่ยนจากสถาบันลดน้ำหนักและเพื่อความงาม ไปสู่ผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผู้นำในตลาดสถาบันลดน้ำหนัก รวมทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าเป้าหมายของบอดี้เชพไปสู่กลุ่มวัยรุ่นและคนเริ่มต้นทำงานอายุ 20 ปีขึ้นไป จากเดิมกลุ่มลูกค้าหลักของบอดี้เชพจะมีอายุ 28 ปีขึ้นไปเป็นหลัก

สำหรับช่องทางการกระจายสินค้า จะเน้นวางจำหน่ายผ่านช่องทางห้างค้าปลีก และผ่านร้านบอดี้เชพ ไลฟ์สไตล์ โดยเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ บอดี้เชพ และแบรนด์สินค้าอื่นๆ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 9-20 ตร.ม. จากปัจจุบันมีสาขารวม 10 สาขา และวางเป้าหมายเปิดสาขาเพิ่มปีละ 2-3 สาขา ซึ่งใช้งบเปิดสาขาแต่ละแห่งจะอยู่ที่ 200,000 บาท และในปีนี้ได้เปิดสาขาใหม่ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว มีการออกแบบที่ล้ำสมัยมากขึ้น คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า

บริษัทคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จาก ธุรกิจบริการของร้านบอดี้เชพจะอยู่ที่ 80% และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อความงาม 20% จากปัจจุบัน รายได้ของบริษัทมาจากธุรกิจบริการ 65% และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค 35%  ซึ่งหลังจากเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ เรโนคินแล้ว รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ที่บริษัทนำเข้าจากต่างประเทศจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 40% และอีก 60% มาจากแบรนด์ของบอดี้เชพ จากปัจจุบัน รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์บอดี้เชพอยู่ที่ 70% และอีก 30% มาจากแบรนด์อื่นๆ ที่นำเข้ามาทำตลาดแล้ว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า