
ต้นทุนขนส่งในประเทศลด5-10%
ทริพเพิล ไอฯ แจงนโยบายรัฐปรับราคาน้ำมันทำต้นทุนขนส่งในประเทศลด 5-10% ชี้เห็นผลในสิ้นเดือนส.ค.นี้
ทริพเพิล ไอฯ แจงนโยบายรัฐปรับราคาน้ำมันทำต้นทุนขนส่งในประเทศลด 5-10% ชี้เห็นผลในสิ้นเดือนส.ค.นี้
นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ ลอจิสติกส์ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า เปิดเผยว่าจากนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน ประกาศปรับลดราคาน้ำมันและมีผลไปเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ในเบื้องต้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท ด้วยดำเนินการในรูปแบบรายสัญญาการบริการขนส่ง(คอนแทร็ค ลอจิสติกส์)สินค้าภายในประเทศกับกลุ่มลูกค้า โดยขึ้นอยู่กับการเจรจากับลูกค้าที่ให้ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามราคาน้ำมันผันผวนประมาณ 4-5บาทต่อลิตร ซึ่งในภาคการขนส่งทางบกจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก โดยบริษัทสามารถปรับลดค่าขนส่งได้ราว5-10% คาดดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้
สำหรับภาพรวมธุรกิจขนส่งของประเทศไทยในช่วง 4 เดือนสุดท้ายปีนี้ ยังต้องลุ้นว่าจะมีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา จะเข้ามาเพิ่มมากน้อยหรือไม่ เนื่องจากเป็นช่วงเตรียมเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลอง แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้สัญญาณดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนนัก ด้วยต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากสถานการณ์ธุรกิจการขนส่งไปไปยังตลาดต่างประเทศทั้งสหรัฐฯ และยุโรป อยู่ในภาวะทรงตัว ที่แม้ว่ามีอัตราการส่งออกเติบโตแต่ด้านรายได้ไม่สูงมากนัก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และอะไหล่ชิ้นส่วนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯที่ปรับลดจำนวนลงไปมาก
อย่างไรก็ตามในช่วง 2 ไตรมาสแรกปีนี้ การนำเข้าและส่งออกในไทย และภูมิภาคต่างๆ ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นประมาณ 24% และมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 29% แต่ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ามูลค่าการส่งออก คือ ปริมาณการขนส่งสินค้าทั้งเข้าและออกทางทะเล มีปริมาณเพิ่มขึ้นเพียง 8% และปริมาณการขนส่งทางอากาศที่เพิ่มขึ้นะเพียง 0.4% เนื่องจากสินค้าส่งออกที่มีอัตราเติบโตสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ในกลุ่มสินค้าเกษตรกรรม จากปัจจัยราคาพืชผลทางเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกที่เติบโตสูงกว่าปริมาณการส่งออก
"กลุ่มสินค้าที่ใช้การขนส่งทางอากาศเป็นหลัก มีปริมาณการนำเข้าและส่งออกลดลงเช่นกัน ขณะที่ตลาดหลักในการส่งออกยังคงเป็นตลาดเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน มีการเติบโตเฉลี่ย25% เทียบกับปีที่ผ่านมา รวมถึงอาเซียนที่เติบโต 20%"นายทิพย์ กล่าว
ส่วนแผนธุรกิจบริษัทในครึ่งปีหลังนี้ จะใช้กลยุทธ์ผนึกพันธมิตรธุรกิจทุกลุ่ม ไปพร้อมกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการขยายธุรกิจการเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าแก่สายการบินในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จะเน้นตลาดเอเชีย และกลุ่มตลาดใหม่ ในประเทศละตินอเมริกา ส่วนการบริการขนส่งสินค้าของสายการบินไทย แอร์ เอเชีย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเพิ่มเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ คือ เชียงใหม่-สิคโปร์ และเพิ่ม2เส้นทางขนส่งใหม่ภายในประเทศ คือ เชียงใหม่-ภูเก็ต และเชียงใหม่-หาดใหญ่
พร้อมกันนี้ยังได้ขยายบริการการขนส่งทางทะเลของสายเรือ ซีเค ไลน์ เป็นต้น และขยายการรับบริหารคลังสินค้า รวมถึงการเพิ่มคลังสินค้าในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะคลังสินค้าอันตรายเพิ่มขึ้น1เท่าตัวจากปีที่ผ่านมา จากปัจจุบันกลุ่มบริษัท มีคลังสินค้าให้ลูกค้าเลือกใช้บริการ 7ทำเล รวมพื้นที่กว่า 2 หมื่นตร.ม. พร้อมขยายการให้บริการลานฝากตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณถนนบางนา บนพื้นที่ 20ไร่ เริ่มให้บริการเต็มรูปแบบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รองรับตู้คอนเทนเนอร์ไว้ที่ 4,000-5,000 ทีอียูต่อเดือน พร้อมผลักดันรายได้ตามเป้าหมายสิ้นปี1,800 ล้านบาท จาก6เดือนแรกมีรายได้ราว 800 ล้านบาท







