posttoday
ชงปั้นเหล็กต้นน้ำ

ชงปั้นเหล็กต้นน้ำ

29 สิงหาคม 2554

เสนอ 3 ทางเลือก‘วรรณรัตน์’มั่นใจ4นักลงทุนยังเหนียวแน่น

เสนอ 3 ทางเลือก‘วรรณรัตน์’มั่นใจ4นักลงทุนยังเหนียวแน่น

อุตฯ เล็งเสนอโครงการเหล็กต้นน้ำให้ “วรรณรัตน์” เคาะอีกรอบ ชง 3 แนวทาง เผย 4 นักลงทุนเดิมยังเหนียวแน่น

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เตรียมนำผลศึกษาความเป็นไปได้โครงการจัดตั้งอุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้น 3 แนวทาง ให้ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม พิจารณาเพื่อลดการนำเข้าและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมเหล็กไทย รวมทั้งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อระบบเศรษฐกิจ

สำหรับทั้ง 3 แนวทาง ได้แก่ 1.เปิดให้มีการลงทุนในประเทศไทย 2.ส่งเสริมให้ลงทุนในต่างประเทศ และ 3.เปิดให้ดำเนินการในทั้งสอง แนวทาง

จากผลการศึกษาพื้นที่ในประเทศไทยที่เหมาะสมในการตั้งอุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้นมี 5 แห่ง คือ พื้นที่กุยเหนือใน อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่เกาะทะลุใน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่แหลมช่องพระ อ.ประทิว จ.ชุมพร พื้นที่บ้านบางบ่อ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และพื้นที่ อ.ปะนาแระ จ.ปัตตานี

ขณะที่ผลการศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการร่วมลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้นกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ามีความเป็นไปได้ 2 แห่ง คือ โครงการท่าเรือน้ำลึกและพื้นที่อุตสาหกรรมเมืองทวาย พื้นที่ขนาด 1.56 แสนไร่ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า มูลค่าการลงทุนประมาณ 4 แสนล้านบาท

พื้นที่อีกแห่ง คือ โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษคีรีสาคร เกาะกง เบื้องต้นมีแผนพัฒนาพื้นที่ 1.4 หมื่นไร่ อยู่ในเขต อ.คีรีสาคร จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

“ถ้าเลือกได้อยากให้โครงการนี้เกิดในประเทศก่อน แต่ถ้าพื้นที่เพื่อนบ้านมีการพัฒนาแล้ว เอกชนอยากไปลงทุนในต่างประเทศก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามก็คงจะรายงานตามความจริงด้วยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ปัตตานีมีความสนใจที่ให้โครงการนี้เกิด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร” แหล่งข่าวเปิดเผย

ขณะเดียวกันในส่วนของบริษัทเหล็กทั้ง 4 ราย ที่ก่อนหน้านี้แสดงเจตนารมณ์จะเข้ามาลงทุนในไทย คือ บริษัท เจเอฟอี สตีล บริษัท นิปปอน สตีล จากประเทศญี่ปุ่น บริษัท อาร์เซลอร์มิตตัล จากประเทศอินเดีย และบริษัท บาว สตีล จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ล่าสุดก็ยังยืนยันว่าสนใจที่จะเดินหน้าโครงการต่อไป

สำหรับโครงการเหล็กขั้นต้นได้รับการเห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2552 เรื่องนโยบายส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตเหล็กขั้นต้นเพื่อผลิตเหล็กคุณภาพสูง มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ไปศึกษาความเหมาะสมพื้นที่ที่มีศักยภาพรองรับ

ด้านพื้นที่ที่มีศักยภาพ ต้องมีพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างน้อย 8,000 ไร่ มีท่าเรือน้ำลึกเพื่อขนถ่ายวัตถุดิบในการผลิตเหล็กและขนส่งผลิตภัณฑ์ได้ และมีพื้นที่เมืองใหม่ขนาด 6,250 ไร่ รวมถึงมีการพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องรองรับการตั้งโครงการด้วย  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท