posttoday
ทุบทิ้งดีกว่า

ทุบทิ้งดีกว่า

29 สิงหาคม 2554

เห็นภาพตึกใหญ่โตอลังการแบบที่นำมาให้ดูนี่แล้ว ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่า เขากำลังจะทุบทิ้ง ทั้งๆ ที่ตึกนี้เป็นอาคารประเภทที่เรียกว่า ใหม่ถอดด้าม

เห็นภาพตึกใหญ่โตอลังการแบบที่นำมาให้ดูนี่แล้ว ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่า เขากำลังจะทุบทิ้ง ทั้งๆ ที่ตึกนี้เป็นอาคารประเภทที่เรียกว่า ใหม่ถอดด้าม

โดย..ฐาปนา

อาคารนี้คือ อาคารฮาร์มอน เป็นทรัพย์สินของบริษัทในกลุ่มเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นผู้ประกอบการกาสิโนชื่อดังระดับโลก และอาคารนี้ก็ถูกสร้างขึ้นในเมืองหลวงแห่งการพนันของโลก นั่นคือ ลาสเวกัส

อาคารแห่งนี้ถูกกำหนดให้เป็นโรงแรมและสถานกาสิโนภายใต้สังกัดเอ็มจีเอ็ม ซึ่งได้จับมือกับยักษ์ใหญ่จากอีกซีกหนึ่งของโลก คือ ดูไบ เวิลด์ ในการพัฒนาโครงการซิตี เซ็นเตอร์ มูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และบางส่วนของโครงการที่สร้างเสร็จไปก่อน ก็ได้เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ปี 2552

ส่วนตัวโรงแรมฮาร์มอนนี้ ถูกวางแผนให้เป็น “บูติก โฮเต็ล” โดยให้บริการโรงแรมอยู่ด้านล่าง และมีคอนโดมิเนียมอยู่ด้านบน เรียกว่า ถูกออกแบบมาให้เป็นอาคารสูงมากแห่งหนึ่ง แต่หลังจากลงมือก่อสร้างไปก่อสร้างมา ก็มีรายงานว่า เกิดความผิดพลาด ทำให้ความสูงของอาคารนี้ต้องยุติลงที่แค่ประมาณครึ่งเดียวของที่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่ก็ยังถือว่าสูงสง่าไม่ใช่เล่น

ปัญหาที่ถูกเปิดเผยออกมาก็คือ ระยะห่างของโครงเหล็กที่ใส่ลงไปในขั้นตอนการก่อสร้างนั้นไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับเหมาหลักคือ บริษัท ติวเตอร์ เพอรินี คอร์ป ถูกตำหนิอย่างหนัก จนนำไปสู่การฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะผู้ว่าจ้างก็เกิดไม่ยอมจ่ายค่าก่อสร้าง เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นไปตามสัญญา

 

ทุบทิ้งดีกว่า

ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้มีการส่งวิศวกรอิสระเข้าตรวจสอบอาคาร และมีความเห็นออกมาว่า โครงสร้างของอาคารแห่งนี้ ไม่สามารถต้านทานแผ่นดินไหวที่รุนแรงได้ ดังนั้นสำนักว่าการเมืองลาสเวกัสจึงได้ยื่นจดหมายถึงเอ็มจีเอ็มว่า จะต้องส่งแผนการมาขออนุมัติว่าจะทำอย่างไรกับตึกนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยในอนาคต

งานนี้เอ็มจีเอ็มออกอาการใจเด็ด ประกาศว่า ได้ส่งแผนดำเนินการให้สำนักว่าการเมืองฯ แล้วว่า ในเมื่อไม่ได้ดั่งใจก็จะระเบิดตึกนี้ให้สิ้นซากไป เพราะได้ประเมินแล้วว่าเป็นการไม่คุ้มค่าเงิน ไม่คุ้มค่าเวลาอย่างมาก หากจะปรับปรุงอาคารที่มีปัญหานี้

ข้อเสนอของเอ็มจีเอ็มคือ จะวางแผนการระเบิดอย่างรอบคอบ โดยการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการ คาดว่าจะสามารถกดปุ่มระเบิดโรงแรมแสนสวยนี้ได้ภายใน 6 เดือน หลังสำนักว่าการเมืองฯ อนุมัติแผนและคงจะต้องใช้เวลาอีกราวๆ 4 เดือนในการเก็บกวาดซากปรักหักพัง

กอร์ดอน แอ็บเชอร์ โฆษกของเอ็มจีเอ็ม บอกว่า หากไม่เลือกหนทางที่จะระเบิดตึกนี้ทิ้ง บริษัทก็จะต้องเลือกทางที่สอง คือ หาคนมาทำการทดสอบอาคารอีก 18 เดือน และต้องลงมือปรับปรุงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 23 ปี ซึ่งเป็นเรื่องไม่คุ้มค่าเงิน ไม่คุ้มค่าเวลาที่เสียไปอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงตัดสินใจเลือกเสนอแผนแค่แนวทางเดียว คือ ทำลายมันซะให้พ้นหูพ้นตา ก่อนจะคิดทำอย่างอื่น เช่น สร้างอาคารใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมาแทนที่

แอ็บเชอร์ ย้ำว่า เอ็มจีเอ็มได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญในการทำลายตึกที่มีประสบการณ์ในการระเบิดอาคารมาแล้วหลายแห่งว่า หากได้วางแผนการทำงานอย่างดี ด้วยการใช้ระเบิดอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะด้านสุขภาพของประชาชนในและแวกนั้น หรือนักท่องเที่ยว

อาคารโรงแรมฮาร์มอนนี้ ตั้งอยู่ในทำเลที่ถือว่าเป็นหนึ่งในทำเลสุดยอดของลาสเวกัส คืออยู่ตรงจุดตัดระหว่างถนนสายบาป หรือถนนแห่งกาสิโนที่มาบรรจบกับย่านช็อปปิ้ง ดังนั้นจึงเป็นทำเลที่มีผู้คนผ่านไปผ่านมาพลุกพล่าน ดังนั้น หากมีการระเบิดก็จะต้องทำแบบปลอดภัยที่สุด

แต่สำนักว่าการเมืองลาสเวกัสจะอนุญาตแผนการของเอ็มจีเอ็มหรือเปล่ายังเป็นที่กังขา เพราะจากการที่เอ็มจีเอ็มยังมีคดีค้างอยู่ในศาลกับบริษัทผู้รับเหมาก่อส้าง ทำให้ผู้พิพากษาที่กำลังพิจารณาคดีอยู่ได้สั่งการว่า ยังไม่ให้ใครเดินหน้าทำอะไรทั้งนั้น ในขณะที่สำนักว่าการเมืองฯ ก็ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ หลังจากรับแผนที่เอ็มจีเอ็มเสนอให้ใช้ระเบิดเข้าแก้ปัญหา

บริษัทรับเหมาก่อสร้างบอกว่า ได้ทำงานอย่างถูกต้องเหมาะสมกับแบบของอาคารแห่งนี้ และกล่าวหาเอ็มจีเอ็มว่า ได้ว่าจ้างวิศวกรอิสระ คนนอกมาตรวจสอบ และทำรายงานออกมาอย่างไม่เหมาะสม จนนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า โครงสร้างของอาคารไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับเหมามองว่า ประเด็นนี้เป็นเพียงกลยุทธ์การสู้คดีของเอ็มจีเอ็ม ที่เดินหน้าเพื่อจะเป็นผู้ชนะในคดีฟ้องร้องไม่จ่ายค้าก่อสร้างเท่านั้น

สรุปว่า เราคงต้องรอต่อไปอีกสักระยะ เพื่อคอยดูว่าผู้พิพากษาจะตัดสินอนาคตของโรงแรมฮาร์มอนนี้อย่างไร และเราจะได้เห็นอาคารหรูแห่งนี้เปิดให้บริการ หรือกลายเป็นผุยผง

อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามประเด็นปัญหาความขัดแย้งและอนุมานว่า การตรวจสอบของวิศวกรอิสระเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ ก็ถือว่าเอ็มจีเอ็มกล้าบ้าบิ่นพอที่จะทิ้งสิ่งก่อสร้างนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป ซึ่งก็อาจจะทำให้ลูกค้าของเอ็มจีเอ็มสามารถมั่นใจได้ว่า เอ็มจีเอ็มเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้ในความพยายามที่จะรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุดให้แก่ผู้มาใช้บริการ

หันมามองบ้านเรา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แม้จะผ่านวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งกันมานานถึง 14 ปีแล้ว แต่ร่องรอยบาดแผลก็ยังอยู่ เรายังมีอาคารร้างที่สร้างไม่เสร็จ แต่เจอพิษเศรษฐกิจล้มครืนไปเสียก่อน และยังคงสภาพความร้างมาจนถึงวันนี้อีกหลายร้อยแห่ง และไม่เพียงปัญหาจากช่วงต้มยำกุ้ง แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ อีก เช่น กรณีอาคารสร้างไม่เสร็จเพราะการก่อสร้างไม่ถูกกฎหมาย การขออนุญาตไม่ถูกต้อง ฯลฯ

เรียกว่ามีอาคารร้างจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางตึกรอผู้มาซื้อเพื่อปรับปรุง ซึ่งก็ยังอยู่ในข่ายน่าสงสัยว่า โครงสร้างต่างๆ ยังดีอยู่หรือผุพังไปบ้างแล้ว ในขณะที่บางตึกอยู่ในข่ายที่ประเมินกันแล้วว่าต้องทุบทิ้ง แต่ก็ไม่มีใครดำเนินการ แต่เมื่อเราจะเดินหน้า ก็คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับอาคารร้างที่เหลืออยู่ และบางแห่งตั้งในทำเลที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้ถูกใช้งาน เพราะติดปัญหาเป็นอาคารที่พัวพันกันหนี้สิน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้

นับจากเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดที่ให้กำเนิดอาคารร้างเหล่านี้ คือ วิกฤตต้มยำกุ้ง จนมาถึงวันนี้น่าจะเป็นเวลานานเกินพอแล้ว ที่อาคารร้างต่างๆ ถูกละเลย และต้องทำอะไรสักอย่างกันอย่างจริงจังเสียที ซึ่งหลายๆ อาคาร คำตอบอาจจะอยู่ที่ระเบิดเหมือนกับข้อเสนอของโรงแรมฮาร์มอน

หากจะตัดใจก็ต้องทำใจ ไม่อย่างนั้นเราก็จะติดอยู่กับปัญหาเดิมเรื่อยไป และเศรษฐกิจที่น่าจะไปได้ดีกว่านี้ก็จะติดๆ ขัดๆ อยู่นั่นเอง  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท