posttoday
ไดนาสตี้ เวรามิค หวังปีหน้ามากกว่าปีนี้

ไดนาสตี้ เวรามิค หวังปีหน้ามากกว่าปีนี้

29 สิงหาคม 2554

บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค (DCC) ผู้ประกอบการกระเบื้องเซรามิกรายใหญ่สุดของประเทศ

บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค (DCC) ผู้ประกอบการกระเบื้องเซรามิกรายใหญ่สุดของประเทศ

โดย..เจียรนัย อุตะมะ

ภายใต้ยี่ห้อ จากัวร์ ไทล์ท้อป และไดนาสตี้ มีความหวังกับผลประกอบการปีหน้ามากกว่าปีนี้ เพราะได้รับผลดีจากรัฐบาลใหม่อย่างเต็มที่ ทั้งยอดขายที่ 95% อยู่ต่างจังหวัด และภาษีรายได้นิติบุคคลที่ลดลงจาก 30% เหลือ 23% ขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน เพิ่มต้นทุนแรงงานเพียง 60 ล้านบาทต่อปี

“มารุต แสงศาสตรา” ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและนักลงทุนสัมพันธ์ DCC นำเสนอข้อมูลว่า ปี 2554 เชื่อว่ารายได้ของบริษัทยังคงเติบโต 10% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 6,513 ล้านบาทตามเป้าหมาย แม้ว่าครึ่งปีแรกรายได้เติบโตเพียง 6% เป็น 3,868 ล้านบาท เนื่องมาจากเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม ในเขต จ.แพร่ น่าน และสุโขทัย ช่วงเดือน มิ.ย. แต่นับตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นมาน้ำลดแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าครึ่งปีหลังรายได้จะเติบโต 1617% ส่งผลให้ทั้งปีค่าเฉลี่ยการเติบโตของรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย

 

ไดนาสตี้ เวรามิค หวังปีหน้ามากกว่าปีนี้

ในขณะที่ราคาขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน 128 บาทต่อตารางเมตร ครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 129 บาทต่อตารางเมตร และสิ้นปีนี้เป็น 131 บาทต่อตารางเมตร เทียบกำลังการผลิตจาก 58 ล้านตารางเมตรต่อปี เป็น 61 ล้านตารางเมตรต่อปี ในเดือน พ.ย. เมื่อมีการเปิดเตาเพิ่มอีก 1 เตา แต่ต้องใช้เวลาในการใช้กำลังการผลิต ทำให้มีอัตราการใช้กำลังการผลิตปีนี้เพียง 58.6 ตารางเมตร

“เรามีแผนเปิดเตาผลิตกระเบื้องบุผนัง และกระเบื้องขนาดใหญ่ 16X16 นิ้วเพิ่ม โดยเพิ่งเปิดเตากระเบื้องบุผนังเมื่อปลายเดือน ส.ค. 1 เตา และกำลังจะเปิดกระเบื้องขนาดใหญ่ในเดือน พ.ย.นี้ เพราะกระเบื้องทั้งสองประเภทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง 58% และ 53% ตามลำดับ โดยจะเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้นจากประมาณ 41% ในปัจจุบัน”

DCC มียอดผลิตกระเบื้อง 16X16 นิ้ว 30% ของรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 35% ในสิ้นปีนี้ และ 40% ในปีหน้า ขณะที่เพิ่มกระเบื้องบุผนังจาก 11% สิ้นเดือน มิ.ย. เป็น 1314% ปีนี้ และ 1516% ในปีหน้า

“การเพิ่มผลิตกระเบื้องดังกล่าว และเป้าหมายการเติบโตมากกว่าตลาดที่เติบโต 57% ของเราในปีนี้ และปีหน้ามีความหมายว่าเราจะรุกไปชิงส่วนแบ่งการตลาดของรายอื่น แนวโน้มกระเบื้องปูพื้นขนาดใหญ่ขายดี อานิสงส์จากแกรนิโต้กระเบื้องหรูนำเข้าจากจีนที่ราคาสูง คนนิยมนำเข้ามาปูคอนโดมิเนียมหรู ทำให้เราขายดีเพราะผลิตได้ราคาถูกกว่า”

นอกจากนั้น การเติบโตดังกล่าวยังอยู่ภายใต้อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 46% จากครึ่งแรกที่ 44.3% เพราะสัดส่วนการผลิตกระเบื้องอัตรากำไรขั้นต้นสูงจะเพิ่มขึ้น แทนที่กระเบื้องที่อัตรากำไรขั้นต้นต่ำอย่างกระเบื้องขนาด 12X12 นิ้ว ที่อัตรากำไรขั้นต้น 43%

สำหรับปีหน้าคาดว่ารายได้จะเติบโตอีก 10% ในราคาขายกระเบื้องที่ 133 บาทต่อตารางเมตร และเพิ่มเตาผลิตกระเบื้องอีก 1 เตา และคาดว่ากระเบื้องบุผนังขนาด 8X10 นิ้วจะขายดี และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม เพราะเชื่อว่าบริษัท โรแยล ซีรามิค (RCI) จะหยุดผลิต ที่จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 45%

“ปีหน้าเราจะเพิ่มเตาบุผนังอีก 23 เตา เพื่อรุกตลาดกระเบื้องบุผนัง ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะซื้อโรงงานผลิตกระเบื้องของอิตาลีใกล้โรงงานเรา หรือเปิดเตาใหม่” แม้ว่าปีหน้า DCC ตั้งเป้าการเติบโตรายได้ไว้ 10% จากปี 2554 แต่ปี 2555 บริษัทนี้จะได้รับอานิสงส์จากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องมาจากยอดขายส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะจากภาคอีสาน

นอกจากนั้น หากรัฐบาลลดภาษีรายได้นิติบุคคลปีหน้าจาก 30% เหลือ 23% จะทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น 7% จากสิทธิภาษีนี้ ขณะที่ค่าแรงงานขั้นต่ำที่เพิ่มจาก 123 บาท เป็น 300 บาท ไม่กระทบบริษัทนี้มากนัก

“เรามี 210 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด การลดภาษีรายได้ทำให้มีกำไรเข้ามา 7% ขณะที่ต้นทุนเพิ่มเพียง 6% หรือ 5 ล้านบาทต่อเดือน”

สำหรับคู่แข่งสำคัญของ DCC คือ กลุ่มบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ที่มุ่งไปเอาดีด้วยการส่งออกกระเบื้องไปขายต่างประเทศแล้ว

DCC นับเป็นผู้ผลิตและขายกระเบื้องรายใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยส่วนแบ่งตลาดรวมส่งออก 32% และส่วนแบ่งการตลาดเฉพาะในประเทศ 44-45% ที่มีจุดขายเป็นของตัวเอง ควบคุมได้ทุกขั้นตอน จึงหาคู่แข่งลำบาก เพราะไม่สามารถผลิตกระเบื้องในต้นทุน ที่ถูกสู้ได้ โดยเน้นขายลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางล่าง เทียบกลุ่มปูนที่ขายลูกค้าตลาดกลางบน

DCC เป็นบริษัทไม่มีหนี้ เพราะมีจุดขายเป็นของตัวเอง 210 สาขา และเปิดเพิ่มทุกปี ปีนี้เปิดเพิ่ม 17 สาขา ภายใน 8 ปีข้างหน้า จะเพิ่มเป็น 350 สาขา โดยเปิดทั่วประเทศแทบทุกจังหวัดแล้ว และหลังจากนั้นจะออกไปเปิดบริษัทย่อยต่างประเทศ เล็งไว้ที่ฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่มีเอเยนต์อยู่แล้ว

บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ ที่แม้ว่าปีนี้ยังไม่ได้รับผลเต็มที่จากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลใหม่นัก ทำให้หุ้นไม่ดึงดูดเท่าที่ควร เท่าความหวังผลงานในปีหน้า แต่ปันผลยังล่อใจนักลงทุนเอาไว้ได้ 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน