
เงินบาทอ่อนค่า..ทองร่วงหนักกลัวหากเฟดไม่ต่อQE3
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (22-26 ส.ค. 2554) เงินบาทแกว่งตัวในทิศทางอ่อนค่า
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (22-26 ส.ค. 2554) เงินบาทแกว่งตัวในทิศทางอ่อนค่า
โดย...งานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย
โดยปรับตัวในช่วง 29.71-30.09 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 29.72-30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเงินบาทเริ่มต้นสัปดาห์ที่ 29.81 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงปลายสัปดาห์ สวนทางกับตลาดอื่นในภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้น หลังนักลงทุนรับข่าวตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่โตน้อยกว่าที่ตลาดคาด
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นได้ลดลงเล็กน้อย จากการที่ต่างชาติเทขายสุทธิหุ้นไทย แต่คาดว่าไม่ได้นำเงินออกนอก เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐและยูโรโซน อย่างไรก็ดีในวันอังคาร ทิศทางค่าเงินเป็นไปในทางแข็งค่าขึ้นตามเงินทุนที่เข้าสู่ตลาดหุ้น หลังมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง ในการแถลงของประธานเฟดในวันศุกร์ ส่งผลให้เงินบาทปิดตลาดแข็งค่าขึ้นที่ 29.78 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยในวันพุธอยู่ที่ 29.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งปรับตัวตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาค หลังมีแรงเทขายทำกำไรในตลาดหุ้น และการที่ผู้นำเข้าต้องการเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือน ได้กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง
นอกจากนี้ จากการที่ราคาทองคำย่อตัวลง ได้ส่งผลให้มีการนำเข้าทองมากขึ้นเพื่อเก็งกำไร อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทมีปัจจัยเสริมจากการที่ทางธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 3.25% เป็น 3.50% จากแรงกดดันเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ดี ธปท.มองว่าเศรษฐกิจมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศสำคัญ ซึ่งทางกสิกรไทยคาดว่าน่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่อ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูง
สำหรับค่าเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์ เกิดความผันผวนหนักอีกรอบ หลังราคาทองทรุดตัวลงหนักจากระดับสูงสุดที่ 1,911.46 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ที่ขึ้นไปถึงในวันอังคาร ก่อนร่วงลงถึง 1,702.44 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในคืนวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ผู้นำเข้าทองคำมีคำสั่งซื้อเหรียญสหรัฐมาก เพื่อทยอยเก็บทองคำที่ราคาลดลง จนค่าเงินบาทอ่อนตัวลง
อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทอ่อนค่าอีกครั้งในวันศุกร์จากการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และถือเงินสดในรูปเงินเหรียญสหรัฐ เพื่อรอท่าทีการตัดสินใจของประธานเฟดในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐต่อหรือไม่ หรืออาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานที่อยู่ในระดับสูง
ด้านค่าเงินยูโร เงินยูโรเคลื่อนไหวผันผวน โดยขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ดีเงินยูโรลดช่วงบวกทั้งหมดลง ท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินเหรียญสหรัฐของนักลงทุน หลังจากที่ตลาดประเมินว่า อาจจะไม่มีการประกาศมาตรการผ่อนคลายรอบ 3 (QE 3) ในการประชุมดังกล่าว ขณะที่ข่าวลือว่าเยอรมนีอาจพิจารณาประกาศห้ามการทำชอร์ตเซลเช่นเดียวกับประเทศยุโรปอื่นๆ ก็กดดันค่าเงินยูโร
ทั้งนี้ เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนสุนทรพจน์ของเบอร์แนนคี
สัปดาห์นี้ (29 ส.ค.2 ก.ย. 2554) สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในช่วง 29.8030.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 29.7130.09 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากคำแถลงของประธานเฟดที่น่าจะทำให้นักลงทุนมีความหวังที่ทางสหรัฐจะยังคงเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ อีกทั้งราคาทองคำที่มีท่าทีปรับตัวในทิศทางขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลมีผู้ส่งออกทองทยอยแลกคืนเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยและภูมิภาค ที่มีจุดเด่นจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งอยู่
นอกจากนี้ คงต้องจับตารายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือน ก.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของไทย และระหว่างวันที่ 29 ส.ค.2 ก.ย. 2554 ธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 3.5% ภายใต้ภาวะสภาพคล่องในตลาดเงินที่คงจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก







