
เอเอซีพีออกประกันไฮบริด
การันตีขั้นต่ำรอลุ้นผลลงทุนรับเศรษฐกิจขาขึ้น-เงินเฟ้อ
การันตีขั้นต่ำรอลุ้นผลลงทุนรับเศรษฐกิจขาขึ้น-เงินเฟ้อ
เอเอซีพี จับมือธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดขายประกันใหม่ “กรุงศรี ไฮบริด อีซี่ พลัส” แถมมีเงินปันผลรับมือเงินเฟ้อ
น.ส.พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันภัย (เอเอซีพี) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตรูปแบบใหม่เป็นครั้งแรก คือ กรุงศรี ไฮบริด อีซี่ พลัส 12/7 (มีเงินปันผล) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แบบผสมที่ให้ผลตอบแทนทั้งแบบการรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ และเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น และรับมือกับภาวะเงินเฟ้อได้
“เป็นครั้งแรกที่มีการขายผลิตภัณฑ์แบบนี้ผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ จุดเด่นคือเป็นแผนการออมระยะกลางที่ลูกค้าชำระเบี้ยประกันเพียง 7 ปี แต่รับความคุ้มครองนาน 12 ปี โดยได้รับผลตอบแทนหลายต่อ คิดเป็นผลตอบแทนที่แน่นอนแบบการันตี 2% ของจำนวนเงินเอาประกันทุกปี ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 111” น.ส.พัชรา กล่าว
น.ส.พัชรา กล่าวว่า นอกจากนี้ลูกค้ายังมีโอกาสในการรับผลตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมในรูปของเงินปันผลในสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 212 และแถมด้วยเงินปันผลเมื่อครบกำหนดสัญญาอีกหนึ่งก้อน รวมรับผลประโยชน์แบบการันตีตลอดสัญญา 722% ของจำนวนเงินเอาประกัน ที่สำคัญไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือตอบคำถามสุขภาพ อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือรายเดือน พร้อมรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 1 แสนบาทต่อปี
น.ส.พัชรา คาดว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะได้รับความสนใจจากลูกค้า และจะเป็นแบบประกันที่จะทำยอดขายผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้สิ้นปีนี้ที่ 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันรายใหม่ที่ขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์ 633 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 5.08%
น.ส.พัชรา กล่าวด้วยว่า บริษัทยังคงร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าธนาคารที่มองหาทางเลือกในการลงทุนและการออมที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก พร้อมรับความคุ้มครองควบคู่กันไป รวมถึงการจัดอบรมพนักงานของธนาคารให้มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอแก่ลูกค้า และช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น







