
บี้กทม.จ่ายค่าที่จตุจักรขั้นต่ำ420ล.
บอร์ดรถไฟสั่งฝ่ายบริหารร่อนหนังสือถึง กทม.
บอร์ดรถไฟสั่งฝ่ายบริหารร่อนหนังสือถึง กทม. เร่งตัดสินใจเช่าที่จตุจักร ระบุหากต่ำกว่าปีละ 420 ล้าน ร.ฟ.ท. จะบริหารเอง
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดเห็นชอบให้ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ทำหนังสือแจ้งไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อแจ้งอัตราค่าเช่าที่ดินบริเวณตลาดนัดจตุจักร เนื้อที่ประมาณ 68 ไร่ ปีละ 420-445 ล้านบาท โดยเป็นค่าเช่าที่ลดลงจากผลศึกษาเดิมที่ ร.ฟ.ท.ศึกษาว่าจะมีรายได้ปีละประมาณ 1,100 ล้านบาท เพราะถือว่าเป็นการให้หน่วยงานราชการเช่า
ทั้งนี้ เงื่อนไข กทม.ต้องเสนอค่าเช่าที่ดินให้กับ ร.ฟ.ท.ไม่ต่ำกว่า 420 ล้านบาท หากต่ำกว่าอัตราดังกล่าว ร.ฟ.ท.จะบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ กทม.ยื่นข้อเสนออัตราค่าเช่าที่ปีละประมาณ 140 ล้านบาท ถือว่าต่ำมาก และขอให้ กทม.นำตัวเลขรายได้จริงมาหารือกัน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับ ร.ฟ.ท.ในฐานะเจ้าของที่ดิน โดยจะต้องเจรจาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ เพราะสัญญาเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 1 ม.ค. 2555
นายสุพจน์ กล่าวว่า จากผลการศึกษาหาก ร.ฟ.ท.นำที่ดินดังกล่าวไปพัฒนาเชิงพาณิชย์รูปแบบอื่นที่เป็นเชิงธุรกิจจริงๆ จะมีรายได้สูงถึงปีละประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่มูลค่าที่ดินดังกล่าวประเมินต่ำสุดคิดเป็นเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่ง ร.ฟ.ท.มั่นใจว่าหากบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรเอง จะมีรายได้ใกล้เคียงกับผลศึกษาที่ปีละ 1,100 ล้านบาท โดยขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้เตรียมที่จะบริหารจัดควบคู่กันไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความล่าช้า
การต่อสัญญาครั้งนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะมีอายุสัญญาเท่าใด ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของ กทม. และแนวทางการดำเนินงานว่าจะคุ้มทุนเมื่อใด ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าสัญญานี้เป็นสัญญาใหม่ ลักษณะคล้ายกับการต่อสัญญาเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งไม่ได้เช่าที่ดินเปล่าเหมือนเดิม แต่มีทรัพย์สินด้วย ดังนั้นผู้เช่าจำเป็นต้องระบุแผนการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่เดิมด้วย
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ร.ฟ.ท.เตรียมเสนอโครงการใหม่จำนวน 14 โครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งมวลชน และการบริหารจัดการระบบขนส่งสินค้าและบริการของรัฐบาล ขณะเดียวกัน ยังจะเสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 เพิ่มเติม เพื่อนำไปศึกษาออกแบบโครงการใหม่ รวมทั้งสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการรถไฟทางคู่เดิมที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล เป็นเงินประมาณ 43 ล้านบาท
สำหรับ 14 โครงการใหม่ เช่น 1.โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สายสีแดง ส่วนต่อขยายช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา 2.โครงการรถไฟส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช 3.โครงการรถไฟส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก







