
เครื่องสำอางเกาหลีแปลงโฉม จากตลาดแมส เจาะเค-ป๊อปไทย
กระแส “เค-ป๊อป” หรือคลื่นโคเรีย ฟีเวอร์ ที่ถาโถมกระทบฝั่งตลาดเมืองไทย ตลอดในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน จากสารพัดสินค้า บริการ ตลอดจนความบันเทิงสัญชาติเกาหลี ที่ยังขนทัพบุกตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสินค้า “ความงาม” ปัจจุบันมีสาขาร้านค้า (แบรนด์ช็อป) และจุดจำหน่าย (เคาน์เตอร์) สินค้าเกาหลีรวมทุกแบรนด์กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ
กระแส “เค-ป๊อป” หรือคลื่นโคเรีย ฟีเวอร์ ที่ถาโถมกระทบฝั่งตลาดเมืองไทย ตลอดในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน จากสารพัดสินค้า บริการ ตลอดจนความบันเทิงสัญชาติเกาหลี ที่ยังขนทัพบุกตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสินค้า “ความงาม” ปัจจุบันมีสาขาร้านค้า (แบรนด์ช็อป) และจุดจำหน่าย (เคาน์เตอร์) สินค้าเกาหลีรวมทุกแบรนด์กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ
ณัฐยุทธิ์ อภิรติเกียรติ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเครื่องสำอางและความงามภายใต้แบรนด์ “เดอะ เฟส ช็อป” กล่าวว่า หลังเข้ารับสิทธิการบริหารธุรกิจจากเจ้าของเดิมในไทยตั้งแต่ปี 2552 และเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่บริษัท แอลจี เอชแอนด์เอช (เฮลธ์ แอนด์ เฮาส์โฮลด์) ในประเทศเกาหลีเข้าซื้อกิจการ เดอะ เฟส ช็อป ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ทิศทางการดำเนินธุรกิจร้านดังกล่าวในตลาดต่างประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น ทำให้แผนธุรกิจใน 3 ปีนับจากนี้บริษัทจะขยายร้านเดอะ เฟส ช็อป ต่อเนื่อง จากปัจจุบัน 26 สาขา แบ่งเป็นช็อป 5 สาขา และ 19 จุดจำหน่าย
บริษัทตั้งเป้าอีก 3 ปี จะมี 50 สาขาซึ่งในส่วนของช็อปจำหน่ายจะใช้งบลงทุนต่อสาขา 2.3 ล้านบาท ส่วนจุดจำหน่ายลงทุน4-5 แสนบาท โดยทำเลหลักเน้นศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ซึ่งปีนี้มีแผนเปิด 12 สาขา ที่ผ่านมาเปิดไปแล้ว 5 สาขา และจะใช้งบ15-20 ล้านบาท เปิดอีก 7 แห่ง
นอกจากนี้ บริษัทยังจัดกิจกรรมตลาดพร้อมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ราคาสินค้าเดอะ เฟส ช็อป แบ่งเป็นกลุ่มดูแลผิว (สกินแคร์) วางราคาที่ 1,800-2,500 บาท ยาทาเล็บเริ่มต้นที่ 95-500 บาท เมกอัพ 300-2,000 บาท ซึ่งราคาที่ขายดังกล่าวสูงกว่าที่เกาหลี 2.5 เท่า เนื่องจากปัจจุบันไทยยังต้องเสียภาษีนำเข้าสูงถึง 30-40% แต่อีก 13 ปี ภาษีจะเหลือ 0% โดยสิ้นปีนี้บริษัทคาดมียอดขายราว 90 ล้านบาท โต 50-60% จากปีก่อนขาย 50 ล้านบาท
แม้ว่าจะมีเขตการค้าเสรีอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN Korea Free Trade Agreement) ที่ไทยได้ตกลงเปิดเสรีการค้ากับประเทศเกาหลีใต้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553 เนื่องจากรายละเอียดของการลดอัตราภาษีมีเยอะมาก แต่เชื่อว่าภายใน13ปีนับจากนี้ ราคาสินค้าจะทยอยปรับลดลงในอัตรา0% ซึ่งเป็นผลจากกรอบการเจรจาทางการค้าดังกล่าว สำหรับตำแหน่ง ร้านเดอะเฟซ ชอป ในเกาหลี ติดอันดับแบรนด์เครื่องสำอางยอดนิยมในลำดับต้นๆ จากจำนวนสาขาที่มีมากที่สุด คือ 900 แห่งทั่วประเทศเกาหลีใต้ ขณะที่ตำแหน่งสินค้าจับกลุ่มตลาดผู้บริโภคทั่วไป(แมส) ด้วยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย และอยู่ในระดับเดียวกันกับเครื่องสำอางจากเกาหลีแบรนด์ต่างๆที่เข้ามาทำตลาดในไทยขณะนี้ แต่จากกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าที่เกิดขึ้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เครื่องสำอางจากเกาหลีที่เข้ามาทำตลาดในไทย มีราคาสูงขึ้น โดยสิ้นปีบริษัทคาดมียอดขายราว 90 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 5060% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 50 ล้านบาท
ด้าน คิมอินโยบ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เคอาร์ซี (ไทยแลนด์) กล่าวในฐานะผู้รับสิทธิบริหารธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องสำอางแบรนด์ “Missha” ว่า ขณะนี้บริษัทกำลังทยอยยกเลิกจุดจำหน่ายร้านเครื่องสำอางแบรนด์ “Missha” ในประเทศไทย หลังให้บริการมานานร่วม 6 ปี และจะปรับรูปแบบไปสู่การให้บริการจำหน่ายตรงกับฐานลูกค้ารายเดิมที่มีคำสั่งซื้อมาทางบริษัทแทน จากปัจจัยต้นทุนสินค้าที่รวมกันแล้วมากกว่า 40% จากภาษีนำเข้าสินค้าและการขนส่ง ทำให้สินค้าที่จำหน่ายในไทยมีราคาสูงกว่าในประเทศเกาหลี
ขณะเดียวกัน สินค้าเครื่องสำอางแบรนด์เนมต่างๆ ของเกาหลีที่นำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ส่วนใหญ่หาซื้อได้ง่ายในเกาหลี จากสาขาร้านต่างๆ ที่กระจายอยู่ในแหล่งช็อปปิ้ง และมีราคาค่อนข้างต่ำกว่าในตลาดเมืองไทย แต่จากความนิยมในศิลปินและวัฒนธรรมเกาหลีของคนไทยในช่วงที่ผ่านมาซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าให้สินค้าเครื่องสำอางจากเกาหลีเข้ามาทำตลาดในไทยได้ง่ายขึ้น
เห็นได้ชัดจากกลยุทธ์หลักเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลี ที่เลือกหยิบมาใช้ทำตลาดในประเทศไทย ส่วนใหญ่มักชูจุดขายขาวใส เป็นธรรมชาติ ตามค่านิยมของสาวไทยที่เปลี่ยนไป อยากน่ารักสดใสตามแบบฉบับสาวเกาหลีซึ่งถือเป็นเทรนด์ความงาม ที่เจ้าของสินค้าเกาหลีขยับชั้นจากตลาดแมสในบ้านเกิดมาดูดกำลังซื้อสาวไทยในเวลานี้







