posttoday
เนสกาแฟทุ่ม120 ล.ดันเนสกาแฟ ลาเต้ สไตล์ขึ้นแท่นผู้นำ

เนสกาแฟทุ่ม120 ล.ดันเนสกาแฟ ลาเต้ สไตล์ขึ้นแท่นผู้นำ

16 กุมภาพันธ์ 2553

เนสกาแฟ อัดงบ 120 ล้านบาท ส่งเนสกาแฟ ลาเต้ สไตล์ ขึ้นแท่นผู้นำตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยม วางเป้าปีแรกกวาดรายได้ 300 ล้านบาท ด้วยส่วนแบ่งตลาด 60%

เนสกาแฟ อัดงบ 120 ล้านบาท ส่งเนสกาแฟ ลาเต้ สไตล์ ขึ้นแท่นผู้นำตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยม วางเป้าปีแรกกวาดรายได้ 300 ล้านบาท ด้วยส่วนแบ่งตลาด 60%

น.ส.พัทนัย เหลืองตระกูล ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกาแฟพร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกในโลก และในประเทศไทยที่บริษัทเปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มแบบพลาสเจอไรส์ภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ ลาเต้ สไตล์ โดยภายในช่วงแรก หรือ 2 – 3 เดือนของการเปิดตัวสินค้าใหม่นี้ บริษัทจะใช้งบเป็นเงิน 120 ล้านบาท ส่งเสริมตลาดทุกรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้ และกระตุ้นการซื้อการขายให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายในปีแรกไว้ที่ยอดขาย 300 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดในตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยม 60% คาดว่าด้วยยอดขายและส่วนแบ่งตลาดดังกล่าวจะถูกยอมรับในตลาดว่าเป็นผู้นำตลาด และการเปิดตัวและการกระตุ้นตลาดของบริษัทในครั้งนี้จะส่งผลให้ตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยมในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 240 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวมกาแฟพร้อมดื่มทั้งตลาด 8,500 ล้านบาท สามารถเติบโตมากกว่า 100% หรือในปีนี้จะมีมูลค่าเติบโตถึง 520 ล้านบาท

“จากการเปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มของบริษัทในครั้งนี้อาจจะส่งผลให้ตลาดกาแฟพร้อมดื่มมีความตื่นตัว หรือสดใสมากขึ้น และอาจจะส่งผลให้ทั้งผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่หันเข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยมที่บริษัทมองว่าผู้บริโภคมีกำลังซื้อ และมีความต้องการสินค้าดังกล่าวอยู่ ดังนั้นบริษัทจึงคาดการณ์ว่าตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยมจะเติบโตถึง 10 เท่าภายใน 4 ปี ข้างหน้า หรือ 2,400 ล้านบาท ภายในปี 2556 

อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มในเซกเม้นต์พรีเมี่ยม และตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดดังกล่าวก่อนเนื่องจากปัจจุบันยังเป็นตลาดที่เล็ก ทำให้มีโอกาสที่จะเติบโตอีกมาก ทั้งยังไม่มีผู้นำตลาดที่แน่ชัดอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ยากนักที่บริษัทจะทำตลาดและเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว แล้วค่อยๆ เข้าไปกินส่วนแบ่งตลาด พร้อมๆ กับการขยายตลาดกาแฟพร้อมดื่มจนกลายเป็นผู้นำตลาดดังกล่าวได้ภายใน 6 ปีข้างหน้า” น.ส.พัทนัย กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับจุดแข็งของแบรนด์เนสกาแฟ ลาเต้า สไตล์ คือ ความสะดวกสบาย ภาพลักษณ์ที่ดี รสชาติที่คงที่ และการจำหน่ายผ่านทุกช่องทางทั้งร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป บริษัทจึงมั่นใจว่าสินค้าใหม่นี้จะได้การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคที่ต้องการดื่มกาแฟรสชาติดีและได้ภาพลักษณ์ที่ดีทุกครั้งดีดื่ม ดังนั้นแม้ปัจจุบันจะมีร้านกาแฟสดเกิดเป็นจำนวนมาก แต่บริษัทก็เชื่อว่าผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าที่ให้ความสะดวกสบายและภาพลักษณ์ที่ดี

ในปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 เซกเม้นต์ คือ กาแฟทรีอินวัน 1.2 หมื่นล้านบาท กาแฟพร้อมดื่ม 8,500 ล้านบาท กาแฟผง 4,500 ล้านบาท และกาแฟที่มีส่วนผสมพิเศษ 1,300 ล้านบาท
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท