
เปิดโมเดลร่วมทุนการเคหะฯ วิ่งหา'กำไร'อุ้มบ้านผู้มีรายได้น้อย
หลังจากฝ่ามรสุมหนี้เกือบแสนล้านบาทจากโครงการบ้านเอื้ออาทร
หลังจากฝ่ามรสุมหนี้เกือบแสนล้านบาทจากโครงการบ้านเอื้ออาทร
จนวันนี้ “วิฑูรย์ เจียสกุล” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวได้เต็มปากว่า การเคหะฯ สามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตมาได้แล้ว และนับจากนี้จะกลับมาสู่องค์กรรัฐวิสาหกิจที่เข้มแข็งอีกครั้ง
ก้าวใหม่ของการเคหะฯ ยังคงบทบาทในการเป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นภารกิจหลักขององค์กร อีกส่วนหนึ่งจะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางจนถึงกลางบน ที่การเคหะฯ ต้องการดึงเอกชนเข้ามาร่วมทุน เพื่อพัฒนาโครงการสร้างกำไร มาสนับสนุนการพัฒนาบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อย ตามแนวทางที่ต้องการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด
การเคหะฯ ได้เริ่ม 4 โครงการนำร่องที่เริ่มเปิดประมูลไปแล้วก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะได้เอกชนผู้ร่วมทุนภายใน ก.ย.นี้ ประกอบด้วย โครงการบางพลี ทาวน์โฮม โครงการกรีนวิลล์ ขอนแก่น โครงการนครสวรรค์ นิวมาร์ท และโครงการอุบลราชธานี ทาวน์โฮม ซึ่งแต่ละโครงการมีมูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนเอกชน ทำให้มีความคล่องตัวในการลงทุน
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวอีก 11 โครงการนำร่อง ทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต ระยอง ชลบุรี และเชียงใหม่ คาดว่าจะเปิดให้เอกชนร่วมประมูลภายในสิ้นปีนี้
วิฑูรย์ ย้ำว่า นับจากนี้ การเคหะฯ จะไม่ลงทุนด้วยตัวเงินอีกต่อไป และทุกโครงการการเคหะฯ จะต้องศึกษาความเป็นไปได้มาอย่างดี เพราะมีบทเรียนจากโครงการบ้านเอื้ออาทรมาแล้ว ดังนั้นโครงการเคหะร่วมทุน การเคหะฯ จะลงทุนเฉพาะที่ดินเท่านั้น ขณะที่เอกชนจะออกค่าก่อสร้าง และแบ่งรายได้กันตามสัดส่วน เช่น มูลค่าที่ดินคิดเป็น 30% ของมูลค่าโครงการ และค่าก่อสร้างคิดเป็น 70% เมื่อโครงการเปิดขายก็จะจัดแบ่งรายได้ตามสัดส่วนดังกล่าว
การนำที่ดินออกมาเสนอให้เอกชนร่วมทุน เป็นแนวทางเลือกที่ วิฑูรย์ ระบุว่า จะทำให้การเคหะฯ ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการขายที่ดินทิ้ง เพื่อนำเงินสดเข้าองค์กรเพียงอย่างเดียว
ด้านแนวทางในการลงทุน แม้ว่าหัวใจหลักจะอยู่ที่การลงทุนที่อยู่อาศัย แต่การเคหะฯ ประกาศชัดว่า เปิดกว้างให้เอกชนเสนอโอกาสในการลงทุนรูปแบบอื่นๆ ด้วย เช่น อพาร์ตเมนต์ให้เช่า หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ ช็อปปิ้งมอลล์ และศูนย์การค้า เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของคนในพื้นที่
ด้าน ไพรัช มณฑาพันธุ์ นายกสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย ที่ปรึกษาโครงการเคหะร่วมทุน กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาจัดทำแผนพัฒนาบนพื้นที่ต่างๆ ไว้เป็นแนวทางเท่านั้น หากเอกชนเห็นว่าควรลงทุนในรูปแบบอื่นจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าก็สามารถเสนอได้
ในส่วนของผลตอบแทนและความเป็นไปได้ของโครงการซึ่งมีน้ำหนักมากที่สุด กรณีที่เอกชนรายใดเสนอผลตอบแทนให้ดีที่สุด แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วไม่มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนา ก็อาจไม่ได้รับการคัดเลือกโมเดลการร่วมทุนกับภาคเอกชนดังกล่าว
ผู้ว่าการการเคหะฯ ยืนยันว่า จะไม่ซ้ำรอยกับโครงการบ้านเอื้ออาทรอย่างแน่นอน เพราะทุกรายละเอียดของโครงการได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และยังลดเสี่ยงด้วยการไม่ลงทุนเงินสดเองด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ประวัติศาสตร์ก็คงจะไม่เดินซ้ำรอยเดิม







