posttoday
ไว-ไฟ ฟรีทั่วประเทศภารกิจด่วน รมว.ไอซีที อนุดิษฐ์

ไว-ไฟ ฟรีทั่วประเทศภารกิจด่วน รมว.ไอซีที อนุดิษฐ์

23 สิงหาคม 2554

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที

โดย...ทีมข่าวไอที

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เป็นกระทรวงเศรษฐกิจอีกหนึ่งกระทรวงที่ถูกจับตามองจากสังคมและพรรคฝ่ายค้าน ว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรเพื่อเอื้อต่อบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยมีสายสัมพันธ์อยู่หรือไม่

ที่สำคัญบุคคลที่ถูกมอบหมายให้มานั่งเป็นเจ้ากระทรวงไอซีที ยังเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ชื่อ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อีกด้วย ทำให้หลายฝ่ายเริ่มจับตามองกระทรวงไอซีที ว่าจะมีนโยบายอะไรใหม่ๆ ออกมาเขย่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย รวมถึงมีนโยบายการผลักดันไอซีทีในบ้านเราอย่างไรบ้าง

โพสต์ทูเดย์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ น.อ.อนุดิษฐ์ รมว.ป้ายแดง ด้วยคำถามคาใจ นโยบายเร่งด่วนคืออะไร ก็ได้รับคำตอบแบบตรงๆ ว่า นโยบายเร่งด่วนของไอซีทีในรัฐบาลนี้ คือการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) ในพื้นที่สาธารณะและสถานที่ราชการกับประชาชนฟรี เพราะต้องการให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลและเทคโนโลยีของไวไฟ ฟรีนั้น ยังไม่สามารถบอกในรายละเอียด ต้องประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกมาก เพราะปัจจุบันหน่วยงานราชการของไทยมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่ซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กระทรวงศึกษาธิการ ล้วนแล้วแต่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึง ไอซีที แต่ไม่มีการเชื่อมโยงกัน จึงต้องหารือร่วมกันเพื่อให้เกิดการใช้ร่วมกันที่ได้ประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ อีกเรื่องเร่งด่วนนโยบายแจกแท็บเล็ตนักเรียนชั้น ป.1 เป็นนโยบายที่ต้องเร่งเดินหน้า แต่ต้องรอให้รัฐบาลประกาศนโยบายให้ชัดเจนว่า โครงการนี้กระทรวงใดจะผู้รับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งในเบื้องต้นไอซีทีจะรับผิดชอบในเรื่องของการวางโครงข่ายไวไฟ ให้กับโรงเรียนในสังกัดรัฐบาลทั่วประเทศ ส่วนการกำหนดสเปกแท็บเล็ต และการหาซื้อเครื่องแท็บเล็ต รวมถึงเนื้อหาหนังสือของนักเรียนชั้น ป.1 ที่จะนำมาใส่ในแท็บเล็ต ต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่หากรัฐบาลกำหนดให้กระทรวงไอซีทีเข้าไปช่วยรับผิดชอบเรื่องใด ก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วย

สำหรับเรื่องยุ่งๆ เกี่ยวกับสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหลายนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า จะต้องเข้าไปดูแลอย่างแน่นอน หากเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในอำนาจหน้าที่ของไอซีที ทั้งนี้เพราะในช่วงที่พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ก็อภิปรายถึงความไม่ชอบมาพากลของสัญญาระหว่างกลุ่มบริษัท ทรูฯ และ บริษัท กสท โทรคมนาคม ว่าไม่น่าถูกกฎหมาย เมื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ก็ต้องทำสัญญานี้ให้กระจ่างและตอบคำถามของสังคมได้

“เรื่องสัญญาของ ทรูฯ กับ กสทฯ นั้นต้องลงไปดูแน่นอน แม้ว่าอัยการสูงสุดจะมีคำตอบมาแล้วก็ตาม แต่เรื่องนี้บทสรุปสุดท้ายต้องอยู่ที่ศาลว่าสัญญานี้ถูกต้องหรือไม่ และหากสัญญานี้ถูกต้อง ผมเชื่อว่าจะทำให้เอกชนรายอื่น ทั้งเอไอเอสและดีแทคทำตามโดยอ้างสัญญาของ ทรูฯ เช่นกัน และเมื่อเป็นอย่างนั้น กสทช. ที่จะเกิดขึ้นมาจะมีประโยชน์อะไร เพราะแทนที่ทุกรายจะไปเริ่มที่ใบอนุญาต หรือไลเซนส์ที่เท่ากัน ก็ต้องมาแข่งกับแบล็กดอร์ เป็นสัมปทานซ้อนกันอยู่”

ขณะเรื่องการแปรสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ให้เท่าเทียมกันนั้น มองว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะสัญญาของเอกชนทั้ง 3 ราย นั้น เกิดขึ้นต่างกรรม ต่างวาระกัน ทำให้ข้อกำหนดในแต่ละสัญญาแตกต่างกัน ซึ่งในเวลานั้นเอกชนทุกรายต่างเห็นชอบและยอมรับในสัญญาดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการแปรสัญญาแต่อย่างใด

“ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นของสัญญามือถือแต่ละราย นั้นเป็นเรื่องที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยอมรับกันในช่วงเวลานั้นๆ อยู่แล้ว ไม่ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ แต่เป็นเรื่องของข้อตกลงของแต่ละฝ่าย รวมถึงรัฐบาล หรือไอซีที ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการแปรสัญญา โดยรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจของ กสทช.”

กรณีประเด็นดาวเทียมไทยคม น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า เรื่องนี้ต้องย้อนกลับมาถามทุกคนว่า ต้องการให้ประเทศไทยยังมีวงโคจรที่ 120.5 องศาตะวันออกอยู่หรือไม่ ถ้ายังอยากให้มีอยู่ ก็ต้องมาดูว่าจะมีวิธีการรักษาสิทธิวงโคจรดังกล่าวอย่างไร

“เรื่องนี้มีทางออก ถ้าไม่ทำอะไรเลยเราเสียวงโคจรแน่ แต่หากให้ไทยคมเข้าไปดำเนินการ ไทยก็ยังมีวงโคจรอยู่ ผมเชื่อว่าต้องโดนข้อครหาแน่ ผมไม่สามารถห้ามไม่ให้กลุ่มบุคคลตั้งข้อสงสัยได้ สิ่งที่ไอซีทีทำได้คือ ตั้งเป้าว่าจะรักษาสิทธิประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ถ้าเราทำอย่างโปร่งใส รอบคอบ ก็ไม่มีปัญหา ชี้แจงได้”

ส่วนคำถามว่า หนักใจกับการมารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงไอซีที หรือไม่ รมว.ป้ายแดง ตอบว่า ไม่หนักใจและไม่กลัว เพราะถ้าทำทุกอย่างตรงไปตรงมา สามารถชี้แจงได้ก็ไม่มีปัญหา ที่สำคัญการที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ก็คิดถึงหน้าลูกๆ ทั้ง 5 คน อยู่ตลอดเวลา

“ผมอยู่ในครอบครัวนักการเมือง ผมรู้ดีว่าถ้าผมทำอะไรไม่ดี เวลาไปอยู่ในแวดวงสังคม ลูกๆ ต้องเผชิญกับอะไร ผมเข้าใจดี ผมรู้ว่าต้องทำอย่างไร เพื่อที่ลูกๆ จะไม่ต้องเจอกับสถานการณ์เช่นนั้น และต้องการให้ลูกๆ ภูมิใจว่าที่มีพ่อเล่นการเมือง” รมว.อนุดิษฐ์ สะท้อนความในใจ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท