
กสทฯ ชงไอซีทีขายอุปกรณ์ทรูมูฟ 1 หมื่นล้านบาท
กสทฯ ชงไอซีที เคาะขายอุปกรณ์ 8,000 สถานีฐานให้ทรูมูฟขั้นต่ำ1 หมื่นล้านบาท รับมือสัมปทานหมดอายุ
กสทฯ ชงไอซีที เคาะขายอุปกรณ์ 8,000 สถานีฐานให้ทรูมูฟขั้นต่ำ1 หมื่นล้านบาท รับมือสัมปทานหมดอายุ
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดารใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมเสนอโครงการขายอุปกรณ์โทรคมนาคมในสถานีฐานกว่า 8,000 สถานีให้กับ บริษัท ทรูมูฟ มูลค่าขั้นต่ำ 1 หมื่นล้านบาทให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที พิจารณาดำเนินการ
แนวทางดังกล่าวเป็นมติของคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ที่ต้องการให้ขายอุปกรณ์โทรคมนาคมต่างๆ ให้กับทรูมูฟที่จะหมดสัญญาในเดือน ก.ย.2558 ซึ่งตามสัญญาสัมปทานในรูปแบบสร้าง โอน ให้บริการ หรือ บีทีโอ ทางทรูมูฟต้องคืนอุปกรณ์โทรคมนาคมและสถานีฐานทั้งหมดให้กับกสทฯ แต่ กสทฯ เห็นว่าทรูมูฟต้องใช้งานดังกล่าวอยู่แล้ว จึงได้เสนอขายคืนให้กับทรูมูฟ
สำหรับมูลค่าเบื้องต้นที่กสทฯ ได้ประเมินไว้เป็นการคำนวณบนพื้นฐานการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ของทรูมูฟปีสุดท้ายในอัตรา 30% ออกไปอีก 5 ปี แต่ทางกสทฯ จะว่างจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาประเมินอีกครั้ง ซึ่งหากราคาประเมินต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะยึดราคาที่ 1 หมื่นล้านบาท แต่หากได้ราคาประเมินสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะยึดราคาที่สูงกว่า
นายจิรายุทธ กล่าวว่า กสทฯ ต้องการให้เรื่องนี้จบก่อนที่สัมปทานจะหมดอายุเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของกระบวนการฟ้องร้องเรื่องเสาสถานีฐานที่ยังอยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการ โดยระหว่างนี้ จะนำเสนอโครงการนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสากิจ หรือ สคร.พิจารณาภายในสัปดาห์นี้
นอกจากทรูมูฟแล้ว ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการในแนวทางเดียวกันกับ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี ที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2556 เช่นเดียวกัน
ขณะที่การประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รายงานการปันผลพิเศษไตรมาส 2 ให้กับกระทรวงการคลัง มูลค่า 1,270 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสแรก ส่งผลให้ทั้งปี กสทฯ จะนำส่งปันผลพิเศษกว่า 4,000 ล้านบาท นอกเหนือไปจากการจ่ายปันผลประจำปีที่ 40% ของกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีบอร์ดท่านใดยื่นใบลาออกแม้ว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีทีคนใหม่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว โดยจะมีการประชุมเดือนละครั้งเช่นเดิม
ส่วนการให้บริการ 3 จีของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กสทฯ ได้ ส่งหนังสือแจ้งว่าห้ามเก็บค่าบริการไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค.อีกครั้ง และรอให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่







