posttoday
BWG กำไรโตดี PE ต่ำ

BWG กำไรโตดี PE ต่ำ

23 สิงหาคม 2554

วันนี้ขอพูดถึงหุ้นรายตัวที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

วันนี้ขอพูดถึงหุ้นรายตัวที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

โดย..จิตรา อมรธรรม 

คือ BWG บริษัทเป็นผู้ให้บริการบริหารและจัดการสิ่งปฏิกูลทั้งที่ไม่อันตรายและที่เป็นอันตราย มีศูนย์บริหารและจัดการกากอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี บนเนื้อที่ดินประมาณ 271 ไร่ และบริษัทยังได้มีการขยายธุรกิจสู่ภาคประชาชนในการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอย รวมทั้งมีแผนที่จะเข้าบริหารหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ

ความน่าสนใจของ BWG คือแทบจะผูกขาดให้บริการอยู่เจ้าเดียวในตลาด ธุรกิจกำจัดขยะอุตสาหกรรมแบบฝังกลบเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการ ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 3 ราย คือ PRO GENCO และ BWGเท่านั้น แต่ PRO ปัจจุบันหยุดกิจการกำจัดขยะชั่วคราวเพราะกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งให้แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหลังจากที่บริษัทถูกชาวบ้านในพื้นที่ฟ้องร้องเมื่อปลายปีก่อน ส่วน GENCO มีปัญหาหลุมฝังกลบเต็ม (พื้นที่ในส่วนของมาบตาพุดเต็มแล้ว ยังมีพื้นที่ที่ราชบุรีซึ่งก็เหลือพื้นที่ให้ใช้ได้ไม่มาก) ปัจจุบัน GENCO หันไปเน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ส่งผลให้ BWG ครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70-80% การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ทำได้ยากมากเพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง กล่าวคือใช้เงินลงทุนสูง ใช้พื้นที่ขนาดใหญ่และมีลักษณะเหมาะสม ซึ่งต้องได้รับการรับรองและผ่านความเห็นชอบในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนดำเนินกิจการซึ่งตามขั้นตอนจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 5 ปีในการศึกษาเพื่อขอความเห็นชอบในรายงานดังกล่าว ทำให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนในที่ดินเป็นเงินจำนวนสูงแต่อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการก็ได้

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมกำจัดขยะก็ยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก จากข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าปริมาณขยะอุตสาหกรรมในประเทศไทยในปี 2553 มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 23.8 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นกากไม่อันตรายประมาณ 90% และกากอันตรายประมาณ 10% ขณะที่ปัจจุบันมีปริมาณกากอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ระบบการกำจัดของทั้งอุตสาหกรรมที่มีใบอนุญาตในการประกอบการรวมกันเพียง 12% เท่านั้น ขยะที่เหลืออีก 98-99% ในตลาดจึงเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ BWG สามารถขยายได้อีกมาก

กฎหมายใหม่ๆ ก็จะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต เพราะปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการจัดทำแผนแม่บทการจัดการกากอุตสาหกรรมเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดขยะอุตสาหกรรมในอนาคตให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1% ต่อปี ภายในปี 2560 และยังมีการผลักดันให้มีการกำจัดขยะอุตสาหกรรมให้ถูกต้อง โดยในการต่อใบอนุญาตโรงงานจะต้องมีการระบุถึงปริมาณของเสียว่ามีเท่าใด มีการกำจัดอย่างไร ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้ปริมาณขยะอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

เร็วๆ นี้ภาครัฐโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะมีการออกมาตรการเพิ่มเพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดในประเทศไทยที่เป็นผู้สร้างขยะอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรมอย่างถูกวิธีเพื่อลดการก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในประเทศ โดยล่าสุดได้เตรียมออกมาตรการด้านการคืนภาษีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่นำขยะอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการจัดการที่ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้มาตรการนี้ในปี 2554

ปัจจัยบวกที่กล่าวมาทั้งหมดเริ่มสะท้อนในกำไรในงวดครึ่งปีแรกที่มีจำนวน 44 ล้านบาท มากกว่ากำไรของปีก่อนทั้งปีที่มีกำไรเพียง 41 ล้านบาท แนวโน้มกำไรในงวดครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะโดยปกติแล้วปริมาณขยะอุตสาหกรรมที่ให้บริการจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปี รวมทั้งในไตรมาส 3 ปีนี้จะบันทึกรายได้ที่เหลือจากงานก่อสร้างระบบบำบัดขยะชุมชนจากเทศบาลนครนครราชสีมา อีกประมาณ 100-130 ล้านบาท ทำให้นักวิเคราะห์ของเราคาดว่าทั้งปี 2554 จะมีกำไร 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 155% จากปีก่อน รวมแล้วใน 3 ปีนี้ (ปี 2554-2556) คาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 1.52 บาท คิดเป็น PE เพียง 8.4 เท่า ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร และยังมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าจากเตาเผาขยะ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ นักวิเคราะห์ของเราให้ราคาที่เหมาะสมปีหน้าไว้ที่ 2.10 บาทค่ะ  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ