posttoday
ศก.ไทยหด0.5%

ศก.ไทยหด0.5%

23 สิงหาคม 2554

สศช.ขยับปรับลดเหลือ3.5-4% อุตสาหกรรม-ลงทุนหดตัวหนัก

สศช.ขยับปรับลดเหลือ3.5-4% อุตสาหกรรม-ลงทุนหดตัวหนัก

สศช.ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ลง 0.5% เชื่อโตได้แค่ 3.5-4% แนะรัฐบาลเร่งลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ หันมาพึ่งในประเทศแทนส่งออก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้จากที่เคยคาดว่าเศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้ 3.5-4.5% เหลือ 3.5-4%

สาเหตุที่ต้องปรับตัวเลขเศรษฐกิจลง เนื่องจากแนวโน้มการชะลอตัวลงของภาวะเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 ที่มีอัตราการขยายตัวที่ 2.6% ชะลอจากไตรมาสที่ผ่านมาที่ขยายตัว 3.2% ทำให้ในครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวแค่ 2.9% เนื่องจากการหดตัวของภาคยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ที่ติดลบ โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ

ศก.ไทยหด0.5%

ขณะที่การบริโภคครัวเรือนขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้นทำให้ประชาชนบริโภคลดลง แม้การท่องเที่ยวขยายตัวได้ดีมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4.37 ล้านคน เพิ่มขึ้น 50% ส่งผลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 1.5 แสนล้านบาท ได้เข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ จึงคาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวมากถึง 19 ล้านคน จากเป้าหมาย 18 ล้านคน

“ไตรมาส 2 ภาคอุตสาหกรรมหดตัวถึง 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตหลักๆ ได้รับผลกระทบจากสึนามิที่ญี่ปุ่น เช่น ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และเครื่องนุ่งห่ม ขณะที่การลงทุนรวมขยายตัว 4.1% ชะลอจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 9.3% เนื่องจากการลงทุนภาครัฐหดตัว เป็นผลมาจากการลดลงของการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง” นายอาคม กล่าว

เลขาธิการ สศช. วิเคราะห์ว่า ปัจจัยเสี่ยงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คือภาวะเศรษฐกิจโลกเกิดจากญี่ปุ่น สหรัฐ ยุโรป และยังต้องจับตาเรื่องหนี้สาธารณะของสเปน อิตาลี ซึ่งจะส่งผลไปยังตลาดเงิน ตลาดทุน และอัตราแลกเปลี่ยน กำลังซื้อของสินค้าส่งออกของไทย และแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณปี 2555 ที่ต้องการแถลงนโยบายต่อสภาของรัฐบาลจะทำให้กระทบต่อการลงทุนของภาครัฐที่ต้องเลื่อนการเบิกจ่ายออกไป และปัญหาความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร

อย่างไรก็ตาม สศช.มั่นใจว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะความมั่นใจของนักลงทุนหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้คาดว่าในปี 2554 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ที่ยังไม่มีการรวมผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลจะอยู่ที่ 3.6–4% การบริโภคครัวเรือนขยายตัว 3.3% การลงทุนขยายตัว 6.2% การส่งออกขยายตัว 16.5% ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.4 % ลดลงจากที่เคยเกินดุล 4.6 % ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2553

นายอาคม เสนอว่า รัฐบาลควรมีนโยบายเร่งรัดการลงทุนในประเทศโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทยจีน ที่ยังล่าช้า รวมถึงรถไฟฟ้าสายอื่นนอกเหนือจากสีน้ำเงิน สีแดง และสีม่วง และต้องเร่งการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อทดแทนการพึ่งพิงการส่งออก โดยมุ่งสร้างสรรค์ความเข้มแข็งให้ภาคเกษตร อาหาร และเอสเอ็มอี เพราะกลุ่มนี้ถือเป็นฐานใหญ่ของประเทศ

“แม้การส่งออกจะสร้างรายได้ 70% ของเศรษฐกิจโดยรวม แต่ก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยให้แข่งขันได้” นายอาคม กล่าว

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท