
หุ้นไทยภาคเช้าปิดลบ2.95จุด
หุ้นไทยภาคเช้าปิดที่ระดับ 1,064.89 จุด ลดลง 2.95 จุด หรือ 0.28% มีมูลค่าการซื้อขาย 17,090.95 ล้านบาท
หุ้นไทยภาคเช้าปิดที่ระดับ 1,064.89 จุด ลดลง 2.95 จุด หรือ 0.28% มีมูลค่าการซื้อขาย 17,090.95 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยเช้าวันที่ 23 ส.ค.เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบ รอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ โดยดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,064.89 จุด ลดลง 2.95 จุด หรือ 0.28% มีมูลค่าการซื้อขาย 17,090.95 ล้านบาท
5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด
1.KBANK ปิดที่ 126.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ1.94% มูลค่าการซื้อขาย 1,316.01 ล้านบาท
2.PTTCH ปิดที่ 135 บาท ลดลง 4 บาท หรือ 2.88% มูลค่าการซื้อขาย 1,146.86 ล้านบาท
3.BANPU ปิดที่ 614 บาท ลดลง 18 บาท หรือ 2.85% มูลค่าการซื้อขาย 1,097.19 ลล้านบาท
4. BBL ปิดที่ 154.50 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 1.90% มูลค่าการซื้อขาย 924.02 ล้านบาท
5.PTT ปิดที่ 317 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 0.63% มูลค่าการซื้อขาย 748.79 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟิลลิป ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวนรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ผ่านแถลงการณ์ของเบเนนเก้ในวันศุกร์นี้ รวมถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลไทย โดยมีการเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐมากขึ้น อย่างไรก็ดี เชื่อว่าตลาดจะคงความผันผวนในระดับสูงจากความเปราะบางของเศรษฐกิจ และปัญหาเชิงลบเรื้อรัง จากทั้งสหรัฐและยุโรปที่ยังกดดันภาพรวมในระยะกลางขึ้นไป รวมถึงแรงขายสุทธิของต่างชาติในปริมาณมากช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา จะเป็นปัจจัยกดดันกรอบการปรับขึ้นให้เป็นไปอย่างจำกัด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเน้นการซื้อเก็งกำไร แบบเลือกหุ้นรายตัว อาทิ หุ้นที่มีปันผลระหว่างกาลในเกณฑ์สูงรองรับ, หุ้นที่คาดได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ, หุ้นที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาด เป็นต้น ให้แนวต้าน 1075-1079 จุด แนวรับ 1055-1050 จุด
ด้านบล.บัวหลวง มองว่า ภาพของกระแสเงินลงทุนยังคงเป็นการไหลออกเป็นหลักจากตลาดหุ้นกำลังพัฒนา เข้าไปพักเงินในตลาดเงินแทน เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องความเสี่ยงของตลาดที่สูงขึ้น สังเกตได้จากความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้นค่อนข้างมาก ฉะนั้นช่วงนี้ภาพของกระแสเงินที่ไหลเข้าน่าจะชะลอตัวไปจนกว่าจะเห็นภาพเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากกว่านี้ หรือรอดูมาตรการของเฟดว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้หรือไม่
ขณะเดียวกันหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ก็ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนและราคาขยับขึ้นต่อเนื่อง อาทิ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ปิดที่ 2.64 เพิ่มขึ้น0.04 ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้น 437 ล้านบาท ท่ามกลางการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ แต่เป็นนโยบายที่รับรู้โดยทั่วไปแล้ว เช่น นโยบายบ้าน หลักแรก0%
นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทยเชื่อว่าตลาดในเดือนส.ค.จะเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ ดัชนีแกว่ง ในกรอบ 1060-1120 ดังนั้นกลยุทธ์คือขึ้นขายลงซื้อ โดยแนะนำให้ซื้อเก็งกำไรลุ้นดีดตัวขึ้นถึงปลายสัปดาห์นี้
ขณะที่ตลาดเอเชียส่วนใหญ่บวก ตามดัชนีดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 37.00 จุด หรือ 0.34% แตะที่ 10,854.65 จุด เพราะได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ในระหว่างการกล่าวสุทรพจน์ในที่ประชุมธนาคารกลางโลกซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้(ตามเวลาสหรัฐอเมริกา)







