
ไอซีทีลุยขยายเน็ตเร็วสูงทั่วประเทศ
ไอซีทีเดินหน้าขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอลคลุมทั่วประเทศรองรับโครงการแจกแทบเล็ตฟรี
ไอซีทีเดินหน้าขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครอลคลุมทั่วประเทศรองรับโครงการแจกแทบเล็ตฟรี
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ภารกิจที่สำคัญของกระทรวงไอซีทีตามแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 3 คือ การกระจายการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ ทั้งแบบผ่านสายและไร้สายให้ครอบคลุมมากกว่า 80% ของประชากรทั้งประเทศให้ได้ในปี 2558 ซึ่งจะสอดรับกับโครงการแทบเล็ตฟรีให้กับเด็กป.1 ของพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ เพราะการใช้งานอินเตอร์เน็ตจำเป็นอย่างมากสำหรับการพัฒนาประชากรของประเทศที่จะมุ่งสู่ความเป็น สมาร์ท ไทยแลนด์ คือ การที่ประชาชนในทุกระดับสามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐ และ บริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียมกันในราคาที่สามารถจ่ายได้
สำหรับรูปแบบการกระจายอินเตอร์เน็ตนั้นจะมีทั้งการให้หน่วยงานรัฐอย่างทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ดำเนินการ และการเปิดให้เอกชนเข้ามาช่วยในบางส่วน เช่น การใช้อินเตอร์เน็ตไร้สายผ่านดาวเทียมไอพีสตาร์ ของ บริษัท ไทยคม เป็นต้น เพื่อให้การใช้งานเข้าถึงได้เร็วและมีราคาถูก เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านไอทีเฉลี่ย 6% ของรายได้ ซึ่งสูงมากหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีเพียง 1% เท่านั้น
นอกจากนี้ จะเร่งปัญหาบูรณาการข้อมูลของแต่ละกระทรวงเพื่อบรรจุลงในบัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือ สมาร์ทการ์ด ผ่านโครงข่ายเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ (Government Information Network) ซึ่งเป็นโครงข่ายกลางให้ได้เร็วที่สุด หลังจากปัญหาที่ผ่านมาคือ แต่ละกระทรวงมีโครงข่ายและเก็บข้อมูลเป็นของตัวเอง ส่งผลให้การใช้งานสมาร์ทการ์ดไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
ขณะที่คณะกรรมการ หรือ บอร์ด ของหน่วยงานในสังกัด ได้เริ่มทาบทามบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่บ้างแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในแวดวงเตรียมทหาร หลังจากที่ประธานบอร์ดทุกหน่วยงานแสดงความจำนงขอลาออก ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า การได้เข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งนี้ไม่ได้มีความหนักใจแต่อย่างใด แม้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับการถูกตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทในกลุ่มอินทัช ทั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และ ไทยคม ได้ก็ตาม แต่หลักการทำงาน คือ ยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ซึ่งหากเอกชนรายใดสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ ก็ยินดีที่จะเลือกเอกชนรายนั้น
"การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยอยู่ในธุรกิจโทรคมนาคมมาก่อน จะช่วยให้กระทรวงไอซีทีทำงานง่ายขึ้นที่สามารถเข้าใจหลายเรื่องที่ซับซ้อนได้เร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าไอซีทีจะต้องกำหนดนโยบายให้เอื้อกับรายใดเป็นพิเศษ"น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว







