
ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการใช้ภาษีคาร์บอนกับภาพพลังงาน
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2554 ผมได้เขียนบทความเรื่อง “อัตราภาษีคาร์บอน...
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2554 ผมได้เขียนบทความเรื่อง “อัตราภาษีคาร์บอน...
โดย..อนันต์ วัฒนกุลจรัส
จะมีค่าประมาณเท่าไรกัน” และสัญญาว่าจะมาเขียนบทความต่อเนื่องว่าด้วยเรื่องการจัดเก็บภาษีคาร์บอนกับภาคพลังงาน จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในภาพรวมอย่างไรบ้าง
จากภาพประกอบด้านล่างสามารถอธิบายได้ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการจัดเก็บภาษีคาร์บอนเริ่มต้นมาจากการที่ราคาพลังงานที่ถูกจัดเก็บภาษีคาร์บอนมีราคาสูงขึ้น โดยพลังงานที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงกว่าจะมีภาระของภาษีคาร์บอนมากกว่าพลังงานที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่า และเนื่องจากพลังงานเป็นวัตถุดิบขั้นกลางที่สำคัญของภาคการผลิตหลายสาขา โดยเฉพาะสาขาที่ใช้พลังงานเข้มข้นอย่างเช่น ภาคการขนส่ง จึงทำให้สาขาที่ใช้พลังงานเข้มข้นและสาขาปลายน้ำของสาขาที่ใช้พลังงานเข้มข้นต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ผู้ผลิตในสาขาที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้มีต้นทุนต่ำสุดหรือยังคงกำไรสูงสุด ในระยะสั้นผู้ผลิตอาจจะปรับลดปริมาณการใช้พลังงานที่มีราคาแพงและหันไปใช้พลังงานที่มีราคาถูกกว่าแทน และอาจปรับเปลี่ยนชนิดหรือปริมาณการใช้ปัจจัยการผลิตขั้นกลางและปัจจัยการผลิตขั้นต้นต่างๆ จึงส่งผลให้ปัจจัยแรงงาน ทุน และที่ดิน ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตขั้นต้นในระบบเศรษฐกิจถูกจัดสรรระหว่างภาคการผลิตเสียใหม่ โดยจะถูกจัดสรรจากภาคการผลิตที่ให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าไปยังภาคการผลิตที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่งความสามารถในการปรับเปลี่ยนปัจจัยการผลิตต่างๆ เหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทดแทนกันได้ของปัจจัยการผลิตและการปรับตัวของแต่ละสาขาการผลิต การเปลี่ยนแปลงการใช้แรงงาน ทุน และที่ดินเหล่านี้ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าเพิ่มของระบบเศรษฐกิจและอัตราการเติบโตของจีดีพีที่แท้จริง (ด้านการผลิต) และเมื่อมองในระยะยาวผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตให้มีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกๆ การผลิตผลผลิตหนึ่งหน่วยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่น้อยลง
แล้วภาคครัวเรือนจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ประการแรก เนื่องจากภาคครัวเรือนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตขั้นต้นที่สำคัญที่สุด การปรับเปลี่ยนการใช้ปัจจัยแรงงาน ทุน และที่ดิน ในแต่ละสาขาการผลิตจึงสร้างผลกระทบต่อรายได้ของภาคครัวเรือนไม่มากก็น้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าภาคครัวเรือนนั้นเป็นเจ้าของปัจจัยแรงงาน ทุนหรือที่ดินในสาขาการผลิตใดบ้าง ประการสอง พร้อมๆ กับการที่รายได้ภาคครัวเรือนเปลี่ยนแปลงไป ราคาสินค้าและบริการก็มีการปรับตัวสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานที่แพงขึ้นจากภาษีคาร์บอน จึงทำให้ปริมาณการบริโภคของภาคครัวเรือนต้องปรับเปลี่ยนไปตามรายได้และราคาสินค้าและบริการนั้นๆ ขึ้นอยู่กับว่าการบริโภคของภาคครัวเรือนมีความยืดหยุ่นต่อรายได้และราคามากน้อยเพียงไร
โดยปกติเมื่อราคาสินค้าและบริการภายในประเทศสูงขึ้น ขณะที่ราคาในตลาดโลกไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะทำให้สัดส่วนของราคาสินค้าในตลาดโลกต่อราคาสินค้าในประเทศลดลง ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงมีการแข็งค่าขึ้น ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศได้ โดยเฉพาะความสามารถในการแข่งขันของภาคท่องเที่ยวและภาคการค้าระหว่างประเทศ เพราะสินค้าและบริการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ขายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและสินค้าส่งออกก็จะมีราคาที่แพงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาสินค้าในตลาดโลก ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงการบริโภคของภาคครัวเรือน การบริโภคของภาคท่องเที่ยว และการค้าระหว่างประเทศ เป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลงในอัตราการเติบโตของจีดีพีที่แท้จริง (ด้านการบริโภค) ในกรณีที่การบริโภคของภาครัฐและการลงทุนภายในประเทศคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ถึงแม้ว่าการจัดเก็บภาษีคาร์บอนจะช่วยให้ปริมาณการใช้พลังงานลดลง หรือช่วยให้มีการใช้พลังงานหรือเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงตามไปด้วย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรืออัตราการเติบโตของจีดีพีที่แท้จริงที่ลดลงทั้งด้านการผลิตและการบริโภค ดังนั้นเราจึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่า เราจะให้น้ำหนักมากน้อยอย่างไรกับการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างไรก็ตามเราคาดหวังว่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบเศรษฐกิจซึ่งวัดจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อจีดีพีที่แท้จริงจะต้องปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น
สุดท้ายนี้ ผมขอค้างประเด็นที่สำคัญ คือ ขนาดและทิศทางของผลกระทบที่กล่าวมาข้างต้นและรายได้จากภาษีคาร์บอนที่ภาครัฐจัดเก็บได้มาทั้งหมดจะไปอยู่ที่ไหน หรือจะนำไปใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ เพราะจริงๆ แล้วรายได้จากภาษีคาร์บอนจะต้องนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน เราจะเก็บประเด็นนี้ไว้ในคราวหน้าเมื่อมีโอกาสพบกันอีกครั้งครับ







