
ทองสวิงแนะลงทุนไม่เกิน5-10%
ไทยพาณิชย์เปิดตัว2กองทองแห่ซื้อเพิ่มหวั่นศก.โลกถดถอย
ไทยพาณิชย์เปิดตัว2กองทองแห่ซื้อเพิ่มหวั่นศก.โลกถดถอย
บลจ.ไทยพาณิชย์ ชี้ทองผันผวนหนัก แนะลงทุนไม่เกิน 5-10% ของพอร์ต พร้อมเปิดตัว 2 กองทุนทอง ชูค่าใช้จ่ายต่ำสุด
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ราคาทองคำในปัจจุบันมีความผันผวนสูงกว่าอดีตมาก นักลงทุนจึงควรพิจารณาลงทุนด้วยความระมัดระวัง โดยแนะนำให้ใช้หลักการจัดสรรสินทรัพย์ในสัดส่วนที่เหมาะสมและควรลงทุนในทองคำในสัดส่วนไม่เกิน 510% ของทรัพย์สินรวม และไม่ลืมปรับสัดส่วนการลงทุนให้กลับเข้าสู่กลยุทธ์หลักเป็นระยะๆ
ขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดขายกองทุนทองคำพร้อมกัน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ (SCBGOLD) ซึ่งไม่มีการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ (SCBGOLDH) ที่ปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท โดยมีมูลค่ากองทุนละ 5,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท เสนอขายในครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 2224 ส.ค. 2554
ขณะที่นโยบายการลงทุนของทั้งสองกองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust เป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเลือกกองทุนที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Exchange Traded Fund : ETF) โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ
สำหรับจุดเด่นของกองทุน SCBGOLD และกองทุน SCBGOLDH คือ การที่กองทุนลงทุนในประเทศสิงคโปร์ ทำให้สามารถซื้อขายได้ใกล้เคียงกับราคาปิดของตลาด ณ สิ้นวันนั้น และได้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ในวันเดียวกัน นอกจากนี้บริษัทยังยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าตอบแทนนายหน้าซื้อขายในช่วงแรก ทำให้ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายรวมที่คิดจะอยู่ที่ระดับ 0.47% ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในขณะนี้
นางโชติกา กล่าวด้วยว่า การลงทุนในทองคำถือเป็นอีกทางเลือกของสินทรัพย์เสี่ยงที่น่าสนใจนอกเหนือจากการลงทุนในหุ้น โดยนักลงทุนสามารถเลือกได้ตามต้องการ ซึ่งกองทุน SCBGOLD เป็นกองทุนแบบที่ไม่ป้องกันความเสี่ยง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทองคำในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และคาดว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่า
ด้านกองทุน SCBGOLDH มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตลอดเวลา ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
“ในระยะยาวยังมีปัจจัยที่สนับสนุนราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้นมาจากความกังวลในความไม่แน่นอนของปัญหาหนี้สหรัฐและยุโรป ส่งผลทำให้กระแสเงินทุนและราคาสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกมีความผันผวน ขณะที่ความกังวลที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำจะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ นักลงทุนจึงต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่เอาชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว” นางโชติกา กล่าว







