
รวมพลังขับเคลื่อนสตรีไทยพัฒนาสู่อนาคตยั่งยืน
จากงานรวมพลังภาคเศรษฐกิจและสถาบันการเงิน ขับเคลื่อนสตรีไทยพัฒนาสู่อนาคตยั่งยืน
จากงานรวมพลังภาคเศรษฐกิจและสถาบันการเงิน ขับเคลื่อนสตรีไทยพัฒนาสู่อนาคตยั่งยืน
โดย..ฐิตินันท์ วัธนเวคิน
ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสตรีไทย ปี 2554 เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรสตรีระดับประเทศ นำโดยสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย–กรุงเทพฯ หรือ สธวทกรุงเทพฯ พร้อมด้วย องค์กรด้านเศรษฐกิจและสถาบันการเงิน นำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ กว่า 40 แห่ง โดยได้รับเกียรติจาก คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ คุณสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คุณจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คุณนวพร เรืองสกุล ประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คุณปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ร่วมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากภาคเศรษฐกิจและสถาบันการเงิน สมาชิกและที่ปรึกษาจากองค์กรสตรีต่างๆ เป็นต้น ซึ่งได้จัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่าน Money Channel และเว็บไซต์สภาสตรีแห่งชาติฯ (www.thaiwomen.or.th) และ สธวทกรุงเทพฯ (www.bpwbangkok.org) เพื่อให้สตรีไทยในต่างแดนและประชาชนที่สนใจสามารถรับชมข้อมูลได้อย่างทั่วถึง
จากการสำรวจข้อมูลใน 39 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูลจากแกรนต์ ธอร์นตัน เมื่อเดือน มี.ค. 2554) พบว่า ประเทศไทยมีผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารมากที่สุดถึง 45% ตามด้วยจอร์เจีย (40%) รัสเซีย (36%) หากพิจารณาเรื่องการดำรงตำแหน่ง CEO พบว่า ประเทศไทยมี CEO ที่เป็นผู้หญิงถึง 30% ตามด้วยจีน (19%) ไต้หวัน (18%) แม้ว่าผู้หญิงจะมีบทบาทเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงต้องเอาใจใส่ดูแลตนเองในทุกด้าน โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี คุณกิตติรัตน์ ระบุว่า สตรีไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ประเทศต้องอาศัยพลังสตรีในการดำเนินการอย่างรอบคอบ
ในส่วนของคุณจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้บรรยายในหัวข้อ “ตลาดหลักทรัพย์ฯ : ยุคใหม่ เรื่องใกล้ตัว” สรุปได้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีส่วนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงมิติต่างๆ จากการใช้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นแหล่งทุนต่อยอดกิจการและธุรกิจ
จบท้ายด้วยการเสวนาพิเศษ “ถอดรหัสสู่ความสำเร็จ...นักธุรกิจรุ่นใหม่” จากมุมมองของนักธุรกิจรุ่นใหม่ของประเทศ ได้แก่
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ และบริษัทในเครือฯ บริษัทขายตรงอันดับ 1 ในไทยและเป็นของคนไทย และรางวัลนักธุรกิจสตรีเด่นโลกประจำปี 2550
คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส บริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจการค้าทองคำอันดับ 1 ของประเทศไทย
คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เค.การ์เม้นท์ (อิมปอร์ตเอกซ์ปอร์ต) ผู้ผลิตและจำหน่ายแม็คยีนส์ อดีตนักการตลาดชื่อดังในธุรกิจโทรคมนาคม ค่ายดีแทค
คุณอุษณีย์ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เคดีเอ็น เจ้าของแฟรนไชส์แบรนด์โดนัตจากสหรัฐ Krispy Kreme ในไทย
คุณสุเมธ ดำรงชัยธรรม รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการบริหาร บริษัท น้ำมันพืชไทย
ดำเนินรายการโดย คุณเตือนใจ สินธุวณิก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2554
ตลอดช่วงเวลาสัมมนา ทุกคนต่างรู้สึกสนุกสนานไปกับความเป็นกันเองของท่านผู้รู้ทั้งหลาย พร้อมได้สาระมากมายชนิดที่ว่าผู้รู้ทุกท่านต่างก็เต็มใจแบ่งปันแนวคิดกันอย่างไม่ปิดบัง อาทิ
ต้องมีใจรัก (Passion) ในงานที่ทำ คือ รหัสตัวแรกที่ผู้รู้ทุกท่าน กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนในศาสนาพุทธ อิทธิบาท 4 คาถาสู่ความสำเร็จ ก็ยังยกให้ฉันทะ (ความพอใจ) เป็นปัจจัยแรกของความสำเร็จ
ต้องดำเนินธุรกิจแบบ Win Win การทำธุรกิจต้องไม่ใช่มุ่งเอาแต่ประโยชน์ของตน ลูกค้าต้องได้ประโยชน์ สังคมต้องได้ประโยชน์
ความสุขเป็นวงกลม เมื่อเราให้ความสุขกับผู้อื่น ความสุขนั้นก็จะกลับมาหาเราเอง
ต้องมีวิธีคิดที่ถูกและวิธีทำที่ถูก คือ พิจารณาว่างานที่ทำนั้นทำให้ชีวิตมีความสุขหรือไม่ ครอบครัวมีความสุขหรือไม่ สังคมมีความสุขหรือไม่ รู้จักการจัดลำดับของงาน รู้ว่าอะไรสำคัญกว่า อะไรควรทำก่อน อะไรควรทำทีหลัง
นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน บินขึ้นที่สูงไม่ได้ คนเราจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีสังคม มีเพื่อนฝูงที่จะคอยประคับประคอง สนับสนุนเราอยู่เสมอ
สุดท้าย คือ แนวคิดจากท่านรองนายกรัฐมนตรี คุณกิตติรัตน์ คือ ทำหน้าที่โดยสุจริต สอดคล้องกับแนวคิดของวิทยากรทุกท่าน คือ “ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทุกคืนก่อนนอนให้ถามตนเองว่า วันนี้ทำดีกว่าเมื่อวานหรือไม่”
พวกเราคงเห็นว่า แนวคิดที่ได้รับจากวิทยากรทุกท่านคือ ขุมทรัพย์อันมีค่าที่จะนำพาพวกเราทุกคนไม่จำกัดเฉพาะสตรีไทยไปสู่ความสำเร็จ
ท้ายนี้ สตรีไทยทุกคนตระหนักถึงคุณค่าและบทบาทของตน ที่จะทำหน้าที่สำคัญของสตรีไทย 4 ประการ ตามกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ การทำหน้าที่ของ “แม่” ให้สมบูรณ์ ทำหน้าที่ “แม่บ้าน” ให้ดี พึง “รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย” และประการสุดท้าย “พึงฝึกฝนตนเอง” อยู่เสมอ และพร้อมขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อร่วมพัฒนาสังคมสู่ประเทศชาติให้ยั่งยืนต่อไป
ดิฉันในฐานะประธานดำเนินงานวันสตรีไทย ภาคเศรษฐกิจและสถาบันการเงิน ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้







