posttoday
สินเชื่อบริโภคค้าปลีกขายส่งเริ่มพุ่งกระฉูด

สินเชื่อบริโภคค้าปลีกขายส่งเริ่มพุ่งกระฉูด

22 สิงหาคม 2554

ธปท.เผยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลและการผลิตไตรมาส 2 พุ่งสูง

ธปท.เผยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลและการผลิตไตรมาส 2 พุ่งสูง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดคงค้างสินเชื่อแยกตามประเภทธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ในสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่ามียอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกถึง 2.41 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.56% จาก 9.41 ล้านล้านบาท

เพิ่มเป็น 6.95 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนี้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 8.35 หมื่นล้านบาท หรือ3.92% จาก 2.13 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 2.22 ล้านล้านบาท

รองลงมา คือสินเชื่อเพื่อการผลิตเพิ่มขึ้น 7.28 หมื่นล้านบาท หรือ 4.07% จาก 1.78 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 1.86 ล้านล้านบาท

ตามมาด้วยสินเชื่อการขายส่ง ขายปลีก และซ่อมแซมยานยนต์และของใช้ส่วนบุคคลในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 4.54 หมื่นล้านบาท หรือ 3.96% จาก 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 1.19 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล และสินเชื่อการผลิต และการค้าขายทั้งส่งและขายปลีกขยายตัวได้ดีได้ดีตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อในกลุ่มนี้ดีต่อเนื่อง

นอกจากนี้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นยังประกอบด้วย สินเชื่อการไฟฟ้า แก๊ส และการปะปาเพิ่มขึ้น 2.93 หมื่นล้านบาทหรือ 13.65% จาก 2.15 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.44 แสนล้านบาท สินเชื่อเพื่อการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าและบริหารทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 1.37 หมื่นล้านบาท หรือ 2.79% จาก 4.91 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 5.04 แสนล้านบาท สินเชื่อขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคมเพิ่มขึ้น 9,220 ล้านบาทหรือ 3.94% จาก 2.34 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.43 แสนล้านบาท สินเชื่อโรงแรมและภัตราคารเพิ่มขึ้น 4,961 ล้านบาท หรือ 1.86% จาก 2.66 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.71 แสนล้านบาท

สินเชื่อก่อสร้างเพิ่มขึ้น 3,051 ล้านบาท หรือ 2.23% จาก 1.37 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 1.4 แสนล้านบาท สินเชื่อเกษตรกรรม การล่าสัตว์และการป่าไม้เพิ่มขึ้น 1,364 ล้านบาท หรือ 1.85% จาก 7.37 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท สินเชื่อบริการชุมชน สังคมและบริการส่วนบุคคลอื่นๆเพิ่มขึ้น 265 ล้านบาท หรือ 0.5% จาก 5.33 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 5.36 หมื่นล้านบาท สินเชื่อบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์เพิ่มขึ้น 251 ล้านบาทหรือ 0.64% จาก 3.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 3.93 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น 57ล้านบาท หรือ 0.3% จาก 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 1.91 หมื่นล้านบาท

สำหรับสินเชื่อที่ขยายตัวลดลงประกอบด้วย สินเชื่อการบริหารราชการและป้องกันประเทศ รวมทั้งประกันสังคมภาคบังคับลดลง 1.26 หมื่นล้านบาท หรือ 4.59% จาก 2.74 แสนล้านบาท ลดลงเหลือ 2.61 แสนล้านบาท สินเชื่อตัวกลางทางการเงินลดลง 6,021 ล้านบาท หรือ0.25% จาก 2.46 ล้านล้านบาท ลดลงเหลือ 2.45 ล้านล้านบาท

สินเชื่อการทำเหมืองแร่และถ่านหินลดลง 4,522 ล้านบาท หรือ 6.07% จาก 7.45 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือ 6.99 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อการประมงลดลง 96 ล้านบาท หรือ 0.87% จาก 1.1 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือ 1.09 หมื่นล้านบาท

ด้านแหล่งข่าวด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ไม่ห่วงภาวะหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นจนสร้างปัญหาให้กับระบบ โดยเฉพาะหนี้เสียจากสินเชื่อเอสเอ็มอี เพราะสินเชื่อเอสเอ็มอีค่อนข้างมีวินัยในการชำระหนี้ และมีสัดส่วนสินเชื่อไม่มาก ฉะนั้น ถึงจะมีการขึ้นค่าจ้างแรงงานเป็น 300 บาทต่อวันก็ไม่น่าจะกระทบธุรกิจเอสเอ็มอีมากนัก เพราะใช้แรงงานคนไม่มากนัก

“คาดว่าหนี้เสียของเอสเอ็มอีน่าจะไม่มาก แต่เรื่องต้นทุนค่าจ้างแรงงานจะเพิ่มเป็น 300 บาท ตามนโยบายรัฐบาล จะสร้างผลกระทบหรือเป็นต้นทุนแก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจมากน้อยเพียงใดนั้น สายนโยบายการเงิน ธปท.ยังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด ว่าถ้าค่าจ้างเพิ่มขึ้นจริงๆ จะเพิ่มต้นทุนกี่เปอร์เซ็นต์” แหล่งข่าว ธปท.เปิดเผย  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท