
จาดชำนาญกลายเป็นชิน
เวลาที่เราทำงานอะไรสักอย่าง ในตอนเริ่มต้นใหม่ๆ ก็ดูจะยากสักหน่อยนะครับ
เวลาที่เราทำงานอะไรสักอย่าง ในตอนเริ่มต้นใหม่ๆ ก็ดูจะยากสักหน่อยนะครับ
โดย..อานนท์
แต่ท่ามกลางความยากนั้นจะเต็มไปด้วยความท้าทาย การเสาะแสวงหาหนทางสู่ความสำเร็จ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ หากเรายังทำงานเดิม เราก็จะเก่งขึ้น จากเด็กหน้าใหม่กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอาจจะฟังดูดี แต่บางทีมันก็เป็นเรื่องร้ายแรงมหันต์เลยทีเดียวนะครับ ถ้าคำว่า “ชำนาญ” ได้กลายเป็นคำว่า “เคยชิน”
ความชำนาญเป็นเรื่องที่ดีครับ ไม่ว่าใครก็ตามอยากได้คนทำงานที่เชี่ยวชาญ ทำงานเก่ง แต่อย่างที่บอกแล้วว่า หากชำนาญเกินไป ซ้ำซากเกินไป มันจะกลายเป็นความเคยชิน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียตามมามากเหมือนกัน เช่น ขาดการพัฒนา ทำงานไปเหมือนเครื่องจักรอัตโนมัติ และอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้
ลองมาดูตัวอย่างกัน หากคุณเปิดร้านเบเกอรีแล้วรับพนักงานผู้ช่วยเข้ามาใหม่ อาจจะต้องเสียเวลาสอนงานกันมากหน่อย แม้ว่าพนักงานคนนั้นอาจจะเคยผ่านงานจากร้านอื่นมาก่อน แต่การเดินเข้ามาในที่ทำงานใหม่ ก็จะต้องปรับตัวมาก เช่น หากมีขนมที่เป็นสูตรดั้งเดิมของร้าน พนักงานใหม่คนนี้ก็จะต้องเข้ามาเรียนรู้วิธีการที่อาจจะไม่เหมือนที่ไหน ต้องมาจำสูตรขนมที่เขาไม่เคยชิน รวมถึงอาจจะต้องมาฝึกทำงานพื้นฐานในแบบที่ไม่คุ้นเคย เช่น สมัยอยู่ร้านเก่าอาจจะร่อนแป้งเค้ก 1 รอบ แต่ร้านใหม่เน้นเรื่องขนมเนื้อละเอียด เลยร่อนแป้งซะ 3 รอบ เป็นต้น
งานเหล่านี้ เป็นเรื่องใหม่ที่ต้องเรียนรู้ ต้องฝึก ซึ่งหากเรามองโลกในแง่ดีว่า พนักงานใหม่คนนี้เป็นคนตั้งใจ เขาก็จะพยายามฝึกฝน จนสามารถทำขนมในสูตรที่เราต้องการ ด้วยกรรมวิธีที่เรากำหนด และได้ออกมาเป็นขนมที่มีรสชาติ และรสสัมผัสได้แบบเดียวกับต้นตำรับ ซึ่งเชื่อเถอะครับว่า ไม่ว่าจะเก่งมาจากไหน ก็ต้องใช้เวลากันสักพัก
ทีนี้ พอเก่งขึ้นมา หากยังกระตือรือร้นอยู่ ก็ยังจะทำงานอย่างขยันขันแข็ง ตั้งอกตั้งใจ แต่หากเวลาผ่านไปแล้ว ร้านเราก็ยังขายขนมแบบเดิมๆ แถมขายดิบขายดี ลูกค้าชอบ ทำให้ต้องทำขนมแบบเก่าซ้ำๆ วันละหลายๆ รอบ ทีนี้แหละครับ คนดี คนเก่งของเรา ก็อาจจะเปลี่ยนจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ มาเป็นคนที่ทำงานไปตามความเคยชิน
ความเคยชินที่ว่านี้ก็คือ สูตรให้ร่อนแป้ง 3 ที ก็ทำ 3 หนเสมอ สูตรให้ใส่ส่วนผสมอย่างไรก็ใส่แบบนั้น ประมาณว่า เชี่ยวชาญเสียจนกระทั่งหลับตาทำก็ยังไม่ผิดเพี้ยน แต่เราจะได้อะไรตามมาล่ะครับ
เราจะได้พนักงานที่ขาดความกระตือรือร้นคนหนึ่ง ขาดไอเดีย ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และร้านเราเอง แม้ว่าขนมแบบดั้งเดิมจะขายดี แต่ก็ไม่มีโอกาสได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะทุกคนมัวแต่ยึดติด และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำขนมสูตรดั้งเดิม
ที่สำคัญ ไอ้ว่าที่เก่งจนหลับตาทำก็ยังได้นั้น บางคราว บางหน มันไม่ง่ายเหมือนที่คิดนะครับ ผู้รู้หลายท่านเคยสอนผมว่า การทำอาหาร หรือการทำงานอื่นใดก็ตาม แม้จะมีสูตรสำเร็จ มีเคล็ดลับที่ดูเหมือนจะตายตัว แต่เอาเข้าจริงๆ ทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นสูตร “สำเร็จรูป” แบบจริงๆ จังๆ ได้ เพราะทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ตามสภาพแวดล้อม และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เช่น วันนี้ฝนตกหนัก อากาศชื้น มีน้ำในอากาศมาก ขนมที่เคยใส่ส่วนผสมเหมือนเดิมทุกวัน อาจจะไม่ออกมาอร่อยเหมือนเมื่อวาน แต่อาจจะเละไป นั่นเพราะผู้เชี่ยวชาญมัวแต่ทำตามสูตร โดยไม่ดูว่า วันนี้ใส่น้ำด้วยส่วนผสมตามสูตรปกติ แต่เวลาตีแป้งแล้ว แป้งเหลวกว่าที่เคย นั่นเพราะเคยชินในระบบเก่าๆ จนขาดความคิดพลิกแพลง หรือความคิดในการแก้ปัญหา
หรือสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่านั้น เช่น ปกติมีเตาอบ 4 เตา วันนี้เกิดเสียไปเตาหนึ่ง ก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องลดปริมาณการผลิตจากที่เคยผลิตได้ 4 ส่วน เหลือ 3 ส่วน นั่นเพราะทำตามสูตรเดิมเป๊ะทุกวัน ไม่เคยพลิกแพลง ไม่เคยได้คิดเลยว่า หากเตาเสีย จะสามารถเพิ่มปริมาณขนมในเตาอื่นๆ เพื่อมาชดเชยจำนวนที่เสียไปได้หรือไม่ หากเคยทดลอง เคยคิดพัฒนา อาจจะได้รู้ว่า ปริมาณขนมในแต่ละเตา สามารถเพิ่มได้ในสัดส่วนมากขึ้นระดับหนึ่ง แต่หากทำตามคำสั่งจนเคยชิน ก็ไม่คิดที่จะหารูปแบบใหม่ๆ นี้ขึ้น
เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นได้กับทุกอุตสาหกรรมครับ เช่น ในโรงงานเย็บเสื้อผ้า หากพนักงานเย็บจักรได้แต่เคยชินกับการเย็บเสื้อโหล พอเกิดปัญหาอาจจะแก้ไม่ได้ เช่น มีผ้ามาผิดแบบ ก็โยนทิ้ง ไม่คิดดัดแปลง หรือชินกับการเย็บเสื้อมากเกินไป จนกระทั่งพอบอกให้เปลี่ยนมาเย็บกางเกงก็เกิดอาการงง ปรับกะทันหันไม่ได้
นอกจากในระดับงานฝีมือทั่วไปแล้ว ในงานฝีมือระดับสูงเองก็มีปัญหาเหมือนกัน เช่น หากมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปในองค์กรด้วยโปรแกรมต่างๆ เช่น โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมคำนวณภาษี โปรแกรมคำนวณค่าคอมมิชชันของฝ่ายขาย ฯลฯ ซึ่งทุกคนที่ใช้โปรแกรมทำกันอย่างเชี่ยวชาญ ไม่มีอะไรบกพร่อง แต่เกิดวันหนึ่ง ระบบคอมพิวเตอร์เกิดล่มขึ้นมา แต่ต้องทำงานด่วน เราอาจจะพบว่า พวกผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานอยู่ทุกวันอย่างราบรื่นนี้ ถึงขั้นต้องหยุดชะงัก เพราะทำงานไม่ได้หากปราศจากโปรแกรมที่คุ้นเคย ทั้งๆ ที่สมัยก่อนที่ยังไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ก็เคยทำงานง่ายๆ เช่น คำนวณภาษี หรือค่าคอมมิชชันด้วยเครื่องคิดเลขได้มาก่อน แต่พอเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกิดชินในระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมา งานแบบเก่าที่เคยเก่ง ก็พาลทำไม่เป็นขึ้นมาเสียแล้ว
ดังนั้น ไม่ว่าจะเชี่ยวชาญอะไร ก็ขอให้เชี่ยวชาญเถอะครับ แต่อย่าปล่อยตัวให้ชิน ต้องคิดเสมอว่า ในการทำงานที่ดี จะต้องคิดเรื่องใหม่ๆ พัฒนาสิ่งใหม่ๆ แม้จะเป็นสินค้าแบบเดิม แต่หากมีการคิด มีการพัฒนา ของเดิมนั่นแหละก็จะดีขึ้น หรือเหมือนเดิมได้ด้วยต้นทุนที่ลดลง
ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้วยบริการพิเศษ คือ เชี่ยวชาญและเคยชินกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ ก็ต้องมีการฝึก มีการทดลองเพื่อทดสอบดูว่า หากระบบมีปัญหา จะแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้งานอันเคยชินนั้นกลายเป็นสิ่งทำร้ายตนเอง







