
อเบอร์ดีนชี้ช่องกำไรหุ้น
เชียร์หุ้นแกร่งได้ดีบริโภคภายใน มองการเมืองร้อนจังหวะช้อนซื้อ
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.อเบอร์ดีน แนะกลยุทธ์เลือกหุ้นรายตัว พื้นฐานดีอิงบริโภคในประเทศ ฝ่าการเมืองร้อน คาดดอกเบี้ยขยับ 0.500.75%นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นปี 2553 คาดว่าจะไม่ได้ผลตอบแทนที่ง่ายและดีเหมือนปีที่ผ่านมา การลงทุนในปีนี้จึงต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่พื้นฐานดี โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ มองว่านักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง
“
ปีที่ผ่านมาหุ้นปรับตัวขึ้น 63% ทำให้ราคาหุ้นในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่ไม่ได้ถูกเหมือนปีที่ผ่านมาแล้ว” นายอดิเทพ กล่าวอย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ สภาพคล่องที่มีมากจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของรัฐบาล และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลในหุ้นบางบริษัทอยู่ที่ระดับ 45% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่าการเมืองในประเทศที่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า หรือการยกเลิกแผนการใช้จ่ายของรัฐบาล และในปลายเดือนก.พ.นี้จะมีการพิจารณาคดีทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งอาจกระทบตลาดหุ้นได้
“
การเมืองที่จะร้อนแรงจริงๆ น่าจะเดือนนี้ หลังจากนี้ค่อยดูกันไป แต่การเมืองก็ถือเป็นปัญหาที่อยู่คู่กับตลาดหุ้นมา 45 ปีแล้ว คงต้องใช้เวลาแก้ไขระยะยาว แต่หากดัชนีปรับตัวลงมาถือเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้ามาซื้อหุ้น” นายอดิเทพ กล่าวขณะที่ปัญหามาบตาพุดซึ่งมีผลกระทบมากกว่าที่คาดไว้ แต่คาดว่าน่าจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจในประเทศใหญ่ๆ ของโลก ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อหุ้น
นายอดิเทพ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่ในปี 2552 ที่ออกมาถือว่าใช้ได้ โดยธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่กองทุนของบลจ.อเบอร์ดีน ลงทุนอยู่นั้นมีรายได้รวมลดลง 23% จากปี 2551 ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงถึง 10% เป็นผลจากครึ่งปีหลังรายได้ของบจ. ดีขึ้นมากในไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา
“
ส่วนใหญ่กำไรของบจ.ที่ออกมาถือว่าใช้ได้ อย่างปูนซิเมนต์ไทยกำไรดีขึ้นกว่า 40% ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมก็ถือว่าใช้ได้ แต่กำไรที่ลดลงเป็นผลจากเหตุการณ์ไฟไหม้แท่นขุดเจาะที่มอนทารา”นายอดิเทพ กล่าวด้านนายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าแผนกตราสารหนี้ประเทศไทย บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า ประเด็นการเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการคาดการณ์จีดีพีปี 2553 เติบโต 3.35.3% ซึ่งรวมประเด็นการเมืองและปัญหามาบตาพุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 คาดว่าอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2552 จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังประมาณ 0.500.75%
อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อจีดีพีและส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อย โดยประเด็นดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อตลาดตราสารหนี้ ซึ่งนักลงทุนจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย
สำหรับปริมาณการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณไม่มากเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีหลายบริษัทที่ออกหุ้นกู้ไปมาก ส่วนปีนี้คาดว่าอาจจะเห็นออกในไตรมาส 1 เนื่องจากดอกเบี้ยเป็นช่วงขาขึ้น หากออกช้าอาจจะไม่ได้รับความสนใจหากผลตอบแทนน้อย







