
กลต.เตรียมยื่นฎีกายกฟ้องTPIPLปั่นหุ้น
กลต.เตรียมฎีกาคำตัดสินศาลอุทธรณ์ยกฟ้องTPIPLปั่นหุ้น
กลต.เตรียมฎีกาคำตัดสินศาลอุทธรณ์ยกฟ้องTPIPLปั่นหุ้น
นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องกรณีที่สำนักงานกลต.เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์กรณีสร้างราคาหุ้นทีพีไอโพลีน(TPIPL) กรณีสร้างราคาหุ้นTPIPLและต้องเสียค่าปรับเงิน6,900 ล้านบาท ว่าสำนักงานจะนำคำตัดสินของศาลอุทธรณ์มาพิจารณาร่วมกับอัยการเพื่อจะดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และหลังจากนั้นก็คงดำเนินการตามกฎหมายในการยื่นขอฏีกาต่อไป
ด้านบล.เอเซียพลัสออกบทวิเคราะห์ ว่า ศาลอุธรณ์ตัดสินยกฟ้อง กรณีค่าปรับ 6.9 พันล้านบาทเช้าวันนี้ว่า หลังคำตัดสินให้จ่ายค่าปรับทางTPIPL ได้ตั้งสำรองเงินค่าปรับเต็มจำนวนเป็นหนี้สินไปแล้วตั้งแต่งวด 2ปี2551 แต่ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินสดออกไปจริง เนื่องจากการบังคับคดีจะต้องรอจนกว่าคดีถึงที่สุด รวมถึงได้มีการยื่นอุธรณ์ต่อศาลอุธรณ์ และต่อสู้คดีมาตลอดช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา จนกระทั้งมีการอ่านคำพิพากษาในวันนี้4 ปลดล็อกความกังวล แต่การโอนกลับเป็นกำไรพิเศษน่าจะต้องรอถึงชั้นฎีกา
"แม้ว่า TPIPL จะพลิกกลับมาชนะคดีในชั้นศาลอุธรณ์ แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า TPIPL จะยังไม่โอนกลับเงินค่าปรับ 6.9 พันล้านบาท คืนกลับมาเป็นกำไรพิเศษ เนื่องจาก ก.ล.ต. ในฐานะโจทก์ น่าจะมีการยื่นฎีกาต่อไป เพราะถ้า TPIPL โอนกลับเงินค่าปรับเป็นกำไรในตอนนี้ หาก TPIPL กลับมาแพ้คดีในชั้นศาลฎีกา ก็จะต้องบันทึกเงินค่าปรับเป็นค่าใช้จ่ายอีก"
อย่างไรก็ตาม การชนะคดีในชั้นศาลอุธรณ์ถือเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อ TPIPL เพราะนอกจากจะมีโอกาสที่ไม่ต้องจ่ายเงินค่าปรับ แล้วยังสามารถโอนกลับเงินค่าปรับเป็นกำไรพิเศษ 6.9 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 3.42บาทต่อหุ้นนั้น รวมถึงยังช่วยปลดล็อกให้การทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินในอนาคตของ TPIPL ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันเงินกู้สถาบันการเงินส่วนใหญ่เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้หลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ งบลงทุนสำหรับสร้างการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของ TPIPL จึงต้องอาศัยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของตนเองเป็นหลัก







