
นายใหม่ไมโครซอฟท์ ปรับทัพลุยตลาดไทย
ภาพความยิ่งใหญ่ของบริษัทไอทีระดับโลกของไมโคร ซอฟท์
ภาพความยิ่งใหญ่ของบริษัทไอทีระดับโลกของไมโคร ซอฟท์
ทำให้ทุกย่างก้าวกลายเป็นที่จับตามองว่า จะเกิดนวัตกรรมอะไรใหม่ขึ้นให้กับตลาดบ้าง สำหรับประเทศไทย ด้วยความที่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ค่อนข้างเงียบ เพราะอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ และเมื่อเวลาผ่านมา 4-5 เดือนแล้ว ก็ได้เวลาที่จะเห็นการปรับองคาพยพเพื่อรุกตลาดเต็มที่
พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโคร ซอฟท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตที่ดีมาก จึงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องคน เรื่องเงิน และเรื่องของเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนา
“ช่วงที่ผ่านมาเดินทางตลอด เพื่อไปดูว่าประเทศที่มีลักษณะเหมือนไทย เช่น แอฟริกาใต้ แต่มีการเติบโตมากกว่า 2 เท่า เพื่อเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ในการผลักดันให้ไมโครซอฟท์ประเทศไทยเติบโต 2 เท่า หรือ 100% ภายในเวลา 3 ปีนับจากนี้” พีรธน กล่าว
กลยุทธ์หลักสำคัญ 3 ส่วน ที่จะใช้ในการกระตุ้นตลาด ส่วนแรกไมโครซอฟท์จะร่วมมือกับองค์กรภาครัฐมากขึ้นกว่าเดิม เพราะรัฐถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการใช้งานไอทีอย่างมีประสิทธิภาพกับประเทศและประชาชน โดยที่ผ่านมาเคยทำงานร่วมกับหลายส่วน เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการซึ่งต้องสร้างความเข้าใจในสินค้าและบริการของไมโครซอฟท์ให้มากขึ้น
สำหรับโครงการหลักที่ไมโครซอฟท์จะเข้าไปมีส่วนร่วมแน่นอน คือ โครงการแท็บเล็ตสำหรับเด็ก ป.1 ที่ไม่ใช่เรื่องของฮาร์ดแวร์ แต่ต้องมีซอฟต์แวร์ที่รองรับการเรียนรู้อย่างแท้จริง และช่วยพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศได้ ซึ่งมั่นใจว่าซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ของบริษัทสนับสนุนการทำงานดังกล่าวได้ และยังทำงานได้อย่างดีกับทุกๆ ฮาร์ดแวร์ด้วย โดยพร้อมเข้าไปหารือกับทั้งภาครัฐและผู้ผลิต
อีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการเขตการค้าเสรีอาเซียน ที่จะเริ่มในปี 2558 รัฐต้องเร่งนำระบบไอทีเข้าไปสนับสนุนให้ไทยแข็งแกร่งเพื่อรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น อาทิ การเตรียมโครงการระบบคลาวด์แห่งชาติ หรือเนชันแนล คลาวด์ ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติแล้ว
กลยุทธ์ที่ 2 คือ การพัฒนาบุคลากรและทีมงาน ทางไมโคร ซอฟท์ได้มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ทั่วโลก โดยเพิ่มหน่วยธุรกิจที่ดูแลสินค้าและบริการกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ เพื่อเจาะตลาดค้าปลีกและผู้ใช้ทั่วไป โดยไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่เพิ่มกำลังคน โดยสินค้าหลักคือ ซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เอกซ์บอกซ์คอนเนค วินโดวส์โฟน และมีแผนตั้งเป็นช็อปเช่นเดียวกับในสหรัฐที่มีไมโครซอฟท์สโตร์
อีกทั้งจะมีการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จากต่างประเทศเข้ามาพัฒนาบุคลากรของไมโครซอฟท์ไทย โดยล่าสุดมีผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลจากเกาหลีที่ได้รับรางวัลระดับโลก รวมถึงผู้บริหารจากอังกฤษเข้ามาพัฒนาทักษะ แสดงให้เห็นว่าไมโครซอฟท์เห็นว่าไทยเป็นตลาดที่มีโอกาสดี
สำหรับกลยุทธ์ที่ 3 คือ การดึงเงินลงทุนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศมาลงทุนในไทย โดยไมโครซอฟท์มีโครงการเนชันแนล แพลน ซึ่งจะพิจารณาว่ามีโครง การใดของรัฐบาลที่สอดคล้องกับโครงการของไมโครซอฟท์ เพื่อของบประมาณเสริมจากบริษัทแม่มาช่วยลงทุนพัฒนา
อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกต้องรอดูว่ารัฐบาลใหม่จะมีแนวทางอย่างไร ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการขยายตลาดสู่ต่างจังหวัด ให้ตลาดไอทีไปสู่นอกเมืองใหญ่ โดยร่วมกับพันธมิตร ปัจจุบันสัดส่วนตลาดกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอยู่ที่ 80/20 แต่ต้องเพิ่มสัดส่วนในต่างจังหวัดให้มากขึ้น
ขณะที่ไอดีซี คาดการณ์ว่าตลาดไอทีประเทศไทยจะเติบโต 10.1% ในปีนี้ และจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 12.4% ในปี 2555 ถือเป็นสัญญาณดีที่สะท้อนให้เห็นภาพในเชิงบวก และไมโครซอฟท์ต้องทำให้ได้ดียิ่งกว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย!!!







