
ยืด-ยุบ มาตรการอุ้มอสังหาฯ
...นคร มุธุศรี
หลังเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ คณะรัฐมนตรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจเลือกข้างใดข้างหนึ่ง ระหว่างยกเลิกและต่ออายุมาตรการกระตุ้นธุรกิจเรียลเอสเตทที่กำลังอยู่ในยุคติดลมบนอีกหน และจำเพาะเจาะจงต้องทุบโต๊ะฟันธงในระยะเวลาไล่เลี่ยถึงสองเรื่องใหญ่ๆ
ยืดหรือยุบอันแรก คือ
“มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ที่จะหมดอายุลงในปลายเดือนมี.ค.หน้า ส่วนเรื่องที่สอง “ห้ามาตรการลดค่าครองชีพประชาชน” จะครบกำหนดวันที่ 31 มี.ค. ศกนี้เช่นกันถ้าจะให้ทำนายทายทักล่วงหน้า นคร มุธุศรี ขอเดาใจท่านนายกรัฐมนตรีว่า คงยืดระยะเวลาทั้งสองมาตรการข้างต้นต่อไปอีกแน่นอน เพียงแต่ตัดทอนเงื่อนไขลงมานิดๆ หน่อยๆ พอเป็นพิธีเท่านั้นแหละ
โธ่...คะแนนนิยมของรัฐบาลกำลังดีวันดีคืน ขืนประกาศยกเลิกก็ฉลาดน้อยไปหน่อยน่ะซิ..!!
เปรียบเหมือนเรือกำลังวิ่งฉิวติดลมบนคลื่นแตกฟองขาวกระจาย อยู่ๆ จะลดใบให้หยุดลอยเท้งเต้งคงใช่ที่
ยิ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาตีฆ้องร้องปาวว่าคณะกรรมการจัดระบบจราจรทางบกเพิ่งอนุมัติแผนแม่บทรถไฟฟ้า 12 เส้นทาง ด้วยมูลค่างบลงทุนกว่า
“8 แสนล้านบาทไทย” ส่งผลให้ทั้งผู้ซื้อทั้งดีเวลอปเปอร์บ้านและคอนโดมิเนียมต่างออกอาการกระดี๊กระด๊าถ้วนหน้าสองมาตรการสำคัญที่ว่า
“โพสต์ทูเดย์” เพิ่งแจกแจงรายละเอียดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ผมจะสาธยายเล่าย้อนอีกทีมาตรการแรก สร้างแรงจูงใจด้านค่าธรรมเนียมและภาษีเพื่อกระตุ้นยอดขายบ้านขายห้องชุดลอยฟ้า 23 รายการ
หนึ่ง
“ลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอนจากอัตรา 2% คงเหลือ 0.01%”สอง
“ลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01%”สาม
“ลดค่าภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% คงเหลือ 0.11%”ส่วนมาตรการที่สอง
“ช่วยค่าครองชีพประชาชน” เน้นโปรโมชันเพื่อคนชาวรากหญ้า 45 รายการโดยเฉพาะอาทิ
ฟรีค่าน้ำประปาสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไม่เกินเดือนละ 20 คิวบิกเมตร
ฟรีค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน
ฟรีค่าโดยสารรถประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ฟรีค่ารถไฟชั้น 3 ทั่วประเทศไทย
และตรึงราคาค่าแก๊สหุงต้ม
จะว่าไป ทั้งมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทั้งช่วยเหลือชาวรากหญ้า มีการประกาศต่อยืดอายุมาแล้วสองครั้งสองคราว และกำลังจะสิ้นสุดลงพร้อมกันในปลายเดือนนี้
หลายคนคงตุ้มๆ ต้อมๆ ไม่รู้ท่านนายกรัฐมนตรีจะเอาไง โดยเฉพาะดีเวลอปเปอร์บ้านอันเป็นตัวแทนจาก 3 องค์กร คือ สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจเฉพาะ และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ผนึกกำลังแจ้งรัฐบาลขอให้ช่วยยืดอายุโปรโมชันซื้อบ้านซื้อห้องชุดออกไปอย่างน้อยๆ อีก 1 ปี
เหตุผลเพราะ
“
แม้ว่าตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมจะฟื้นตัวมีการซื้อง่ายขายคล่องเพิ่มมากขึ้นกว่าก่อน แต่ก็ยังอยู่ในภาวะเปราะบางที่จะพลิกผันได้ตลอดเวลา ยิ่งเหตุการณ์บ้านเมืองยังมีข้อขัดแย้งกันวุ่นวาย กอปรกับแนวโน้มต้นทุนค่าที่ดินค่าวัสดุอุปกรณ์อย่างเช่นเหล็กเส้นและปูนซีเมนต์ที่ใช้สำหรับการก่อสร้างหลักมีแนวโน้มจะปรับราคาวันนี้วันพรุ่ง”เถอะ...แม้การลดหย่อนค่าธรรมเนียมและภาษีจากการซื้อขายบ้าน รัฐบาลจะมีรายรับหดหายไปปีละหลายสตางค์ แต่หากคิดสะระตะให้ถ้วนถี่อาจจะไม่เป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เฮียกรณ์ จาติกวณิช เคยประเมินเอาไว้ก็ได้
ที่โต้แย้งหยั่งงี้ก็เพราะการซื้อบ้านซื้อช่องทุกหลัง รัฐหาได้มีรายรับค่าธรรมเนียมและภาษีตอนทำนิติกรรมการโอนเพียงหนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการควักจ่ายตอนตกแต่งต่อเติมและจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมทั้งสิ่งอำนวยประโยชน์สุขต่อการอยู่อาศัยอีกบานตะไท
ว่ากันว่า ถ้าซื้อเคหสถานหนึ่งหลังเป็นเงิน
“1 ล้านบาท” จะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าตกแต่งและจัดซื้อทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก “50 เปอร์เซ็นต์” ของราคาบ้าน หรือประมาณ “5 แสนบาท” เป็นอย่างน้อย สำหรับเศรษฐีมหาเศรษฐีต้องควักเพิ่มมากกว่านี้อีกหลายเท่าในทางกลับกัน หากรัฐประกาศยุบเลิกมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะหวังจะเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย 3.6 หมื่นล้านบาทต่อปี เหมือนเช่นเดิม
กรณีนี้ไม่แน่เสมอไปดอกนาย เพราะอาจจะฝันค้างเอาง่ายๆ
โปรดอย่าลืมว่า เมื่อยกเลิกโปรโมชันต้นทุนบ้านและคอนโดมิเนียมจะถูกบวกเพิ่มขึ้นอย่างน้อยๆ 23% ทุกหลัง ส่งผลผู้บริโภคที่อยู่อาศัยชะลอการจรดปากกาลงลายมือชื่อในใบจองและสัญญาจะซื้อจะขายไปอีกสักระยะ จนกว่าจะทำใจได้ค่อยพิจารณากันอีกหน
ค่าธรรมเนียมและภาษี 3.6 หมื่นล้านบาท อาจจะจัดเก็บได้เพียงแค่จิ๊บๆ จ๊อยๆ ก็เป็นไปได้
กล่าวสำหรับนโยบาย 34 ฟรี ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโดยสารรถเมล์รถไฟ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนชาวรากหญ้านั้น หากคงเอาไว้เช่นเดิมก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้หาเช้ากินค่ำ ที่พอจะนำเงินก้อนที่ไม่ต้องควักจ่ายไปเพิ่มเติมความสุขเล็กๆ ให้กับลูกหลานในครอบครัว
เหอะ...แม้จำนวนจะไม่มากมาย แต่สามารถซื้อตั๋วดูหนังดูละคร หรือเดินทางไปพักผ่อนแถวๆ ชายหาดบางแสนและชะอำสองสามเดือนครั้งก็ยังดี
ส่วนผู้มีฐานะเกินเลยระดับ
“เบี้ยน้อยหอยน้อย” ที่อยู่นอกกฎกติกาไม่ได้รับส่วนลดฟรีค่าน้ำค่าไฟ เพราะใช้เกินจำนวนที่รัฐบาลกำหนดไว้ก็อย่าเสียอกเสียใจ เพราะท่านเป็นคนไทยซีกส่วนน้อยที่ยังอยู่ดีกินดีกว่าผู้คนชาวไทยอีกหลายสิบล้านคนด้วยเหตุฉะนี้ ผมถึงทำนายทายทักตั้งแต่ย่อหน้าต้นๆ ว่า ทั้งมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทั้งนโยบายลดค่าครองชีพประชาชน รัฐบาลคงประกาศ
“ยืด” เวลาออกไปอีกแน่นอน แต่คงเป็นระยะสั้นๆ ไม่เกิน 36 เดือนนอกจากนั้น คงลดเงื่อนไขบางรายการลงมาเล็กๆ น้อยๆ คล้ายๆ กับการ
“ฟรีค่าน้ำ” ซึ่งเดิมอยู่ที่ 30 หน่วย แต่คราวนี้ต่ออายุหนสองเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ปีก่อน คณะรัฐมนตรีตัดลดคงเหลือเฉพาะครอบครัวที่ใช้ไม่เกิน 20 คิวบิกเมตรต่อเดือนถือเป็นยุทธวิธีซื้อใจประชาชน เพราะสามารถหยิบฉวยออกมาใช้ได้บ่อยๆ ไม่ว่ากัน..!!







