
ขึ้นเบี้ยภัยธรรมชาติ5%
บริษัทประกันต่อต่างชาติจ่อคิวเหตุภัยพิบัติทั่วโลกทำขาดทุน
บริษัทประกันต่อต่างชาติจ่อคิวเหตุภัยพิบัติทั่วโลกทำขาดทุน
ไทยหนีไม่พ้น ประกันภัยต่อต่างประเทศ เล็งขึ้นเบี้ยภัยธรรมชาติ 2-5% รับมือภัยพิบัติทั่วโลก
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า การต่อสัญญาประกันภัยในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการทำประกันภัยธรรมชาติต่างๆ อาจต้องมีการปรับราคาค่าเบี้ยประกันขึ้นอย่างน้อย 2-5% ซึ่งเป็นผลมาจากบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศปรับค่าเบี้ยขึ้นตามภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก
“ผลจากแผ่นดินไหวในประเทศต่างๆ หรือคลื่นยักษ์สึนามิในญี่ปุ่น ก็ทำให้บริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศกลัวตรงนี้ แม้แต่ไทยตอนนี้จะมีเฉพาะภัยน้ำท่วม แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ขณะที่นิวซีแลนด์หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ก็ยังไม่มีบริษัทประกันภัยไหนกล้ารับประกันเลย ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศขนาดใหญ่ 20 แห่งก็ขาดทุนทั้งหมด แต่ไตรมาส 2 ก็เริ่มดีขึ้น เหลือเพียง 15 แห่งที่ยังขาดทุนอยู่” นายพนัส กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็พยายามทำความเข้าใจกับลูกค้าให้เห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับการทำประกัน เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแบบประกันสรรพภัยที่คุ้มครองถึงภัยต่างๆ ซึ่งได้มีการเดินสายไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อจัดสัมมนาให้กลุ่มลูกค้าได้เห็นความสำคัญ
นายพนัส กล่าวว่า ขณะเดียวกันทางสมาคมประกันวินาศภัยก็ได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) เพื่อพัฒนาต้นแบบแผนที่และแบบจำลองการประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำท่วม เพื่อการรับประกันวินาศภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีนอยู่ ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์ในการรับทำประกันภัยและทราบความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก
ทั้งนี้ ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เอง ก็ได้อนุมัติแบบประกันอัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยแบบใหม่ ที่ขยายความคุ้มครองเพิ่มอีก 5 ภัยแล้ว ประกอบด้วย ภัยจากน้ำท่วม ลมพายุ ลูกเห็บ แผ่นดินไหว และภัยก่อการร้าย ค่าเบี้ยประมาณ 300 บาท ทุนประกันสูงสุดอยู่ที่ 1 แสนบาท โดยจะเริ่มขายได้ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งทางบริษัท กรุงเทพประกันภัย ก็จะนำแบบประกันอัคคีภัยใหม่นี้เข้าไปทำตลาดสำหรับที่อยู่อาศัยรายย่อยด้วย คาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง







