posttoday
‘ตัวแทน’ขายแหลกสู้แบงก์แอสชัวรันส์

‘ตัวแทน’ขายแหลกสู้แบงก์แอสชัวรันส์

19 สิงหาคม 2554

ตัวแทนขายประกันชีวิตฮึดขายเบี้ยปีแรกโต 21% เบียดช่องทางธนาคาร

ตัวแทนขายประกันชีวิตฮึดขายเบี้ยปีแรกโต 21% เบียดช่องทางธนาคาร

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรับรายใหม่เข้าสู่ระบบ 47,270 ล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเบี้ยรับรายใหม่ที่ขายผ่านธนาคารยังคงมีสัดส่วนสูงสุด 50.5% หรือ 23,886 ล้านบาท เติบโต 3.5% ขณะที่เบี้ยรับรายใหม่จากการขายผ่านตัวแทนแม้จะมีสัดส่วนเป็นอันดับ 2 41.6% หรือ 19,681 ล้านบาท แต่ก็มีอัตราเติบโตสูงถึง 21%

เบี้ยรับรายใหม่จากการขายผ่านทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์ก็มีสัดส่วน 3.8% หรือ 1,819 ล้านบาท เติบโตสูงเช่นกันที่ 45.4% และเบี้ยรับรายใหม่ที่ขายผ่านช่องทางอื่นอีก 4% หรือ 1,884 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.8%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเบี้ยรับรวมครึ่งปีแรก 1.56 แสนล้านบาทนั้น ช่องทางตัวแทนยังมีสัดส่วนอัตราการเติบโตเพิ่มจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกันถึง 13.7%มากสุด 59% หรือ 9.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 9.3% บริษัทที่ขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ เอไอเอ ไทยประกันชีวิต ไทยสมุทรประกันชีวิต เอเอซีพี และเมืองไทยประกันชีวิต

รองลงมาเป็นช่องทางขายผ่านธนาคาร 34% หรือ 5.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 21% บริษัทที่ขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต กรุงเทพประกันชีวิต กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต และธนชาตประกันชีวิต

สำหรับการขายผ่านทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์มีสัดส่วน 3.5% หรือ 5,470 ล้านบาท เติบโต 25% บริษัทที่ขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ เอเอซีพี เจนเนอราลี่ประกันชีวิต พรูเด็นเชียลประกันชีวิต ไอเอ็นจี และเอไอเอ

เบี้ยประกันชีวิตรับรวมที่เหลือ มาจากการขายผ่านช่องทางอื่นๆ สัดส่วน 3.7% หรือ 5,800 ล้านบาท เติบโต 8.6% บริษัทที่ขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ เมืองไทยประกันชีวิต ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต เอไอเอ กรุงเทพประกันชีวิต และเอเอซีพี

อย่างไรก็ตาม หากดูเบี้ยประกันชีวิตรับรวมในช่วงครึ่งปีแรกแล้ว ช่องทางขายผ่านตัวแทนยังมีสัดส่วนเบี้ยประกันชีวิตรับรวมสูงสุด 59% ขณะที่การขายผ่านธนาคารมีสัดส่วน 34%

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในการพิจารณาข้อมูลเบี้ยประกันชีวิตจำแนกตามช่องทางการขาย แบ่งออกเป็น 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต (Agency) ผ่านธนาคาร (Bancassurance) ผ่านทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์ (direct marketing) และผ่านช่องทางอื่นๆ (other) ซึ่งสิ้นไตรมาสสองของปี 2554 หากพิจารณาถึงการขยายงานของบริษัท โดยพิจารณาเฉพาะจำนวนเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ ซึ่งหมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกรวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว ปรากฎว่า มีทั้งสิ้น 47,270.6 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกัน 11.8%

ขณะที่จำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2554 มีทั้งสิ้น 156,553.8 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกันถึง 13.7% เบี้ยประกันชีวิตรับรวมที่ขายผ่านตัวแทนมีสัดส่วนมากที่สุด โดยมีเบี้ยประกันชีวิตทั้งสิ้น 92,262.2 ล้านบาท สัดส่วน 58.9% (เติบโตขึ้น 9.3%) บริษัทที่ขายผ่านตัวแทนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บจ.เอไอเอ บจ.ไทยประกันชีวิต บจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต บมจ.เอเอซีพี และบจ.เมืองไทยประกันชีวิต ตามลำดับ

ส่วนเบี้ยประกันชีวิตรับรวม ที่ขายผ่านธนาคาร สูงตามมาเป็นอันดับที่สอง จำนวน 53,020.5 ล้านบาท สัดส่วน 33.9% (เติบโตขึ้น 21.6%) บริษัทที่ขายผ่านธนาคารสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต บจ.เมืองไทยประกันชีวิต บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต บจ.กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต และบจ.ธนชาตประกันชีวิต ตามลำดับ

สำหรับการขายผ่านทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์ มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 5,470.8 ล้านบาท สัดส่วน 3.5% (เติบโตขึ้น 25.2%) บริษัทที่ขายผ่านทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์สูงสุด 5 อันดับแรก คือ บจ.เอเอซีพี บจ.เจนเนอราลี่ประกันชีวิต บมจ.พรูเด็นเชียลประกันชีวิต บจ.ไอเอ็นจี และบจ.เอไอเอ ตามลำดับ

เบี้ยประกันชีวิตรับรวมที่เหลือ มาจากการขายผ่านช่องทางอื่นๆ  สัดส่วน 3.7% (เติบโตขึ้น 8.6%) บริษัทที่ขายผ่านช่องทางอื่นๆ สูงสุด 5 อันดับแรกคือ บจ.เมืองไทยประกันชีวิต บจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต บจ.เอไอเอ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต แล บมจ.เอเอซีพี ตามลำดับ

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ลักษณะการขายประกันชีวิตผ่านตัวแทนและผ่านธนาคารมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว ที่นิยมขายผ่านธนาคารมากกว่า ส่วนช่องทางการขายอื่นๆนั้น ถือเป็นช่องทางทางเลือก ที่บริษัทพยายามพัฒนาให้เกิดช่องทางใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อให้ข้อมูลเข้าถึงลูกค้า และเข้ากับวิถีชีวิตคนเมือง/คนชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น การที่บุคลากรฝ่ายขายในแต่ละช่องทาง แข่งขันกันขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในบริษัทตนนอกจากการแข่งขันกับบริษัทอื่นแล้ว ถือเป็นข้อดีที่ช่วยกระตุ้นให้ฝ่ายขายในแต่ละช่องทางดึงศักยภาพของตนออกมา ซึ่งนอกจากจะทำให้แต่ละบริษัทเติบโตแล้ว ภาคธุรกิจก็จะเติบโตในภาพรวมด้วย คนไทยที่ยังไม่มีประกันชีวิตอีกกว่า 70% ทั่วประเทศ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำประกันชีวิตเพื่อประกันอนาคตของตนเองและครอบครัวเพิ่มมากขึ้นด้วย ที่สำคัญคือ การบริการที่ดีหลังการขายในแต่ละช่องทาง จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น ได้รับความพึงพอใจสูงสุด และแนะนำต่อญาติพี่น้องต่อไป สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ฝ่ายข้อมูลเพื่อการพัฒนาธุรกิจ สมาคมประกันชีวิตไทย โทรศัพท์ 02 63307816 ต่อ 110 หรือ Download ข้อมูลสถิติได้จาก www.tlaa.org

&<2288;


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท