
รัฐปรับเกณฑ์ดันอสังหาฯ มหกรรมบ้านฝุ่นตลบ เร่งขาย-โอน
...วราพงษ์ ป่านแก้ว,โชคชัย สีนิลแท้
ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่ามาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบเต็มแพ็กเกจที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ 28 มี.ค.ที่จะถึงนี้ คงจะสมควรแก่เวลา เมื่อ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ส่งสัญญาณชัดแจ่มว่าถึงเวลาต้องทบทวน
nnกรณ์แนะให้รีบตัดสินใจซื้อบ้าน
“
สำหรับมาตรการทางภาษีในภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ระหว่างเรียกดูข้อมูลการขอคืนภาษี และศึกษาผลของมาตรการแต่ละตัว เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการล้วนมีกำไรและปริมาณการโอนเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดผลตามเป้าและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ดังนั้นถ้านโยบายแก้ปัญหาได้แล้วต้องพิจารณาเลิกมาตรการบางตัว เพื่อศักยภาพทางการคลังระยะยาว และรักษาวินัยที่ต้องพิจารณาผลต่อส่วนรวม” กรณ์ กล่าวในงานสัมมนาของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วพร้อมกับย้ำว่ามาตรการดังกล่าวออกมาใช้ในช่วงที่มีปัญหาอย่างหนึ่ง เมื่อปัญหานั้นได้หมดไปแล้วก็ต้องมาทบทวน แต่ใครที่ตัดสินใจจะซื้อบ้านอยู่แล้วก็น่าจะรีบตัดสินใจจะปลอดภัยกว่า
หากถอดรหัสตามคำพูดของขุนคลัง แสดงว่ามาตรการที่ใช้อยู่เดิมจะมีการทบทวนใหม่ เลวร้ายที่สุดคือไม่ต่อเลย ดีที่สุดคือคงบางมาตรการเอาไว้ แต่จะไม่ฟูลออปชันเหมือนเดิมแน่ การตัดทิ้งบางมาตรการถ้ามองในมุมการบริหารการคลังผสมกับการเมืองแล้ว มาตรการที่น่าจะโดนตัดทิ้งแน่ คือ การลดภาษีธุรกิจเฉพาะ เพราะจะทำให้รัฐได้เงินคืนมาถึง 3.2%
ส่วนการลดค่าโอนและค่าจดจำนองนั้นรวมกันก็เกือบๆ 3% เหมือนกัน แต่ประชาชนยังได้ประโยชน์เกือบๆ 2% ส่วนของผู้ประกอบการก็ยังได้อยู่เกือบ 1% หากยังคงทั้งสองมาตรการนี้ไว้ก็ยังคงเพียงพอที่จะใช้เร่งการซื้อขายโอนบ้านได้ และยังพอจะมัดใจประชาชนและผู้ประกอบการอยู่ได้บ้าง ส่วนการไม่ต่อเลยก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน เมื่อข้อมูลที่ขุนคลังกำลังเช็กอยู่ปรากฏผลว่าได้ไม่คุ้มเสีย โอกาสถูกลอยแพก็มีเช่นกัน
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เวลาที่เหลืออีกเดือนเศษจึงมีค่ายิ่งกับการใช้ประโยชน์จากมาตรการที่ยังคงใช้อยู่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยเฉพาะหากต้องเสีย 3.3% ไป ซึ่งถือเป็นผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการ มหกรรมกระหน่ำขายน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันหลายบริษัทคงจะต้องมานั่งทบทวนแผนการลงทุน แผนการดำเนินการ เป้าการขายกันใหม่หลังจากขาดตัวช่วยสำคัญที่ช่วยสร้างผลกำไรในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
nnผู้ประกอบการทำใจ เร่งขายโอน
วสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า บริษัทได้เร่งออกแคมเปญการตลาดเพื่อเร่งยอดขายให้เร็วขึ้นตั้งแต่เดือนม.ค. เพื่อเร่งเก็บเกี่ยวยอดขายให้มากที่สุด และจะมียอดขายมากขึ้นในช่วงการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ก่อนที่มาตรการกระตุ้นจะหมดอายุลง โดยบริษัทมีสต๊อกบ้านพร้อมโอนอยู่ 6070 ยูนิต มูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ที่จะสามารถปิดการขายให้ทันกับมาตรการ
“
หลังจากนี้บริษัทจะหันมาพัฒนาโครงการบ้านและทาวน์เฮาส์ที่เป็นบ้านก่อสร้างตามงวดของเงินดาวน์ จากที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 10% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20%” วสันต์ กล่าวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า จากการส่งสัญญาณจากรัฐบาลว่าจะไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่จะหมดลงวันที่ 28 มี.ค.นี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะเร่งนำบ้านและคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ 100% ออกมาทำการตลาดและชูจุดขายต้นทุนเดิมก่อนที่จะปรับราคาขึ้นหลังจากหมดอายุมาตรการ และคาดว่าหากไม่ต่ออายุอาจจะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวในช่วงสั้นประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นกำลังซื้อก็จะเริ่มกลับมา
ด้านปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทองกรุ๊ป กล่าวว่า ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านให้ทันกับมาตรการที่จะหมดอายุ ควรจะรีบซื้อในเวลานี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ 100 หลัง คิดเป็นมูลค่า 250300 ล้านบาท ที่จะทันโอนภายในวันที่ 28 มี.ค.นี้
nnถล่มแคมเปญงานมหกรรมบ้าน
ดังนั้น แคมเปญตลาดในช่วงนี้จึงโฟกัสไปที่การเร่งขายและโอนบ้านที่สร้างเสร็จแล้วเป็นพิเศษ ที่เห็นชัดคือในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 1821 ก.พ.นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นแคมเปญที่ต้องการเร่งสปีดการขายและโอนด้วยกันทั้งสิ้น หรือแม้แต่บริษัทที่ไม่ได้ร่วมงานก็เน้นกลยุทธ์เดียวกัน
ยกตัวอย่างเช่น บริษัท เจ้าพระยามหานคร นำโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่พร้อมโอน
“แบงค็อก เฟ’ลิซ เมเจอร์ รัชโยธิน” จัดโปรโมชัน “Buy 1 Get 1 Free” เมื่อจองซื้อรับทันทีกับ LCD 50 นิ้ว Samsung และยังมีโอกาสลุ้นรางวัลพิเศษ 20 รายการ มูลค่ากว่า 4 แสนบาท บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จัดโปรโมชัน 3 ชั้นสุดพิเศษ รับส่วนลดหรือของแถมเมื่อจองในงานมูลค่าสูงสุด 9 หมื่นบาท และลุ้นรับส่วนลดอีก 15 หมื่นบาท ถ้าซื้อคอนโดพร้อมเข้าอยู่ และโชคชั้นที่ 3 รับแพ็กเกจทัวร์เกาหลีหรือฮ่องกง เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดภายในเวลาที่กำหนดบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท นำโครงการคอนโดมิเนียมร่วมออกบูธ 2 แบรนด์ คือ Chapter One ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ และ The Seed โดยจัดโปรโมชันพิเศษ เช่น รับสิทธิพิเศษซื้อเฟอร์นิเจอร์ครบชุดมูลค่า 1 แสนบาท ในราคาเพียง 1 หมื่นบาท บริษัท เฟรเกรนท์ พร็อพเพอร์ตี้ มอบส่วนลดเป็นบัญชีเงินฝากสูงสุดถึง 1 ล้านบาท ในส่วนของเพนต์เฮาส์ หรือเพิ่มอัตราค่าเช่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน นาน 4 ปี สำหรับผู้ที่ซื้อห้องชุดในโครงการ Prime 11 บริเวณสุขุมวิท 11 ซึ่งสร้างเสร็จและพร้อมเข้าอยู่แล้ว
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จัดโปรโมชันปิดขายโครงการไอดีโอ รัชดาห้วยขวาง และไอดีโอ สาทรตากสิน ให้ลูกค้าจ่ายเงินจอง 5,000 บาท ยื่นกู้ได้สูงสุด 100% และแถมฟรีชุดเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า 7 รายการ ชุดครัวและเครื่องปรับอากาศ รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท
กลุ่มบริษัท แสนสิริ จัดแคมเปญ
“Instant living with Sansiri” ขายบ้านพร้อมอยู่ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว โครงการคอนโดมิเนียม และโครงการทาวน์เฮาส์ จำนวนกว่า 170 ยูนิต จาก 25 โครงการ มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท โดยลูกค้าจะได้รับ 3 โปรโมชันใหญ่ ได้แก่ ดอกเบี้ย 0% นาน 1 ปี และผ่อนค่าทำสัญญา 0% นาน 6 เดือน ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และค่าส่วนกลางเป็นระยะเวลา 1 ปี และบ้านพร้อมอยู่แบบ Upgrade จำนวนจำกัดบริษัทในกลุ่มกานดา กรุ๊ป จัดโปรโมชันพิเศษ โดยนำ 7 โครงการที่เปิดขาย ลดสูงสุด 1.5 ล้านบาท ก่อนสิ้นมาตรการภาษีของรัฐ และรับของแถมต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ ชุดครัวในครัวนอก ตู้เย็น ไมโครเวฟ เป็นต้น บริษัท บีเคเค แกรนด์ เอสเตท นำโครงการ The Coast Bangkok จัดโปรโมชันพิเศษในงานมหกรรมบ้านและคอนโด โดยให้ลูกค้าจองในงาน 1 หมื่นบาท ผ่อน 1 หมื่นบาท รับอั่งเปาทองคำหนักสูงสุด 3 บาทอีกด้วย
มหกรรมสั่งลามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว สิ่งที่คนซื้อบ้านต้องระวังคือ อาการเร่งขาย เร่งโอนเกินไปอาจทำให้เกิดความบกพร่องในแง่ของคุณภาพการก่อสร้าง ดังนั้นตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่เช่นนั้นจะเสียใจได้ในภายหลัง







