
บำรุงราษฎร์เปิดศึกรบ
บำรุงราษฎร์ เปิดศึกธุรกิจโรงพยาบาล ทุ่ม 3,532 ล้านบาท ซื้อหุ้นเกษมราษฎร์เกือบ 25% แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ฟันกำไรเฉียด 3,000 ล้าน
บำรุงราษฎร์ เปิดศึกธุรกิจโรงพยาบาล ทุ่ม 3,532 ล้านบาท ซื้อหุ้นเกษมราษฎร์เกือบ 25% แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ฟันกำไรเฉียด 3,000 ล้าน
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติการซื้อหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (KH) จำนวน 415.62 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.99% จากบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ในราคาหุ้นละ 8.50 บาท
การซื้อขายหุ้น KH รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,53-2.80 ล้านบาท ทำให้ LH มีกำไรประมาณ 2,945 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาทุนมูลค่า 588.39 ล้านบาท จากการถือหุ้นในสัดส่วน 25.06% ที่บริษัทระบุไว้ในงบการเงินปี 2553 และคงเหลือหุ้นเพียง 0.06%
ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยอมจ่ายค่าหุ้น KH แพงกว่าตลาด ประมาณ 18% โดยได้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 6 สาขาของเกษมราษฎร์ ที่มีจำนวนเตียง 1,693 เตียง สามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้จำนวน 9,400 คนต่อวัน คงเพื่อต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ที่เทกโอเวอร์โรงพยาบาลพญาไทรวมถึงเปาโลมาก่อนหน้านี้ และยังซื้อหุ้นของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จากผู้ถือหุ้นกว่า 11% เมื่อเร็วๆ นี้
ด้านนายสุรงค์ บุลกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริการ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ยอมรับว่า บริษัทมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการซื้อโรงกลั่นหลายแห่ง โดย บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO เป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่บริษัทให้ความสนใจ
นอกจากนี้ บริษัทยังสนใจลงทุนเพิ่มเติมในโครงการผลิตน้ำมันหล่อลื่น และโครงการผลิตสารตั้งต้นในการผลิตผงซักฟอก
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) กล่าวว่า บริษัทกับบริษัท สแต็ทออยล์ ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (เอ็มอูโย) เพื่อกระชับความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองบริษัท รวมทั้งการแสวงหาโอกาสการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมทั้งในประเทศแคนาดาและในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก นอกเหนือจากการร่วมกันในแหล่งออยล์ แซนด์ ในแคนาดาเมื่อเดือน พ.ย. 2553 ที่ผ่านมา
ด้านตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา นำโดยดัชนีนิกเกอิจากค่าเงินเยนอ่อนลงหลังจากที่ประชุมรัฐมนตรีคลัง 7 ประเทศ หรือกลุ่ม จี7 มีมติเข้าแทรกแซงตลาด และสถานการณ์สารกัมมันตรังสีเริ่มนิ่ง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงไม่ไว้วางใจสถานการณ์ เนื่องจากกังวลถึงความรุนแรงในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาในยุโรปและเงินเฟ้อทั่วโลก จึงมีแรงขายทำกำไรระหว่างวัน ส่งผลให้ดัชนีทุกตลาดปิดต่ำกว่าตอนเปิดตลาด
ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดที่จุดต่ำสุดของวัน 1,003.29 จุด บวกเพียง 0.94 จุด จากที่ดีดแรงถึง 8.30 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 25,422 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติขายต่อ 696 ล้านบาท และทิ้งรุนแรงในตลาดตราสารหนี้ถึง 9,419 ล้านบาทท
ขณะที่ธนาคารกลางจีนยังไม่วางใจภาวะฟองสบู่แตก ประกาศขึ้นสัดส่วนการกันสำรองอีก 0.50% มีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 มี.ค.นี้
นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร (NNCL) กล่าวว่า ฐานลูกค้าของบริษัทถึง 80-90% เป็นผู้ประกอบการญี่ปุ่น และมีลูกค้าชะลอการซื้อที่ดิน 12 ราย และในสัปดาห์หน้าจะนัดผู้ประกอบการญี่ปุ่นในนิคมนวนครทุกแห่ง มาหารือถึงผลกระทบเพื่อหาทางช่วยเหลือ







