
ประเมินตลาดวิจัยไทยชะลอตัว
เอฟเค มาร์เก็ตไว้ส์ ชี้ตลาดวิจัยปีนี้ชะลอตัว เจ้าของสินค้าลดใช้เงินรอดูนโยบายรัฐบาลใหม่
เอฟเค มาร์เก็ตไว้ส์ ชี้ตลาดวิจัยปีนี้ชะลอตัว เจ้าของสินค้าลดใช้เงินรอดูนโยบายรัฐบาลใหม่
นางดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอฟเค มาร์เก็ตไว้ส์ ผู้ให้บริการด้านวิจัยตลาด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดการวิจัยไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 6-7 ชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ที่มีอัตราการเติบโต 9.4 % หรือมีมูลค่ารวม 4,300 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตลาดวิจัยมีอัตราการเติบโตเพียง 5-6%
ทั้งนี้ เนื่องจากปีที่มีการเลือกตั้ง เจ้าของสินค้าจะชะลอการใช้งบด้านวิจัย เพื่อรอดูทิศทางและนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศก่อน แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดการวิจัยจะเติบโตขึ้น เนื่องจากแนวโน้มรัฐบาลนี้ให้ความสนใจกับเรื่องวิจัยไม่แพ้รัฐบาลชุดที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเติบโตของตลาดวิจัยตลาดในประเทศไทยถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคโดยรวม โดยปัจจุบันตลาดวิจัยของไทยอยู่ในอันดับ 5 ของตลาดวิจัยในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค และคาดว่าในปี 3-4 ปีน่าจะสามารถแซงหน้าประเทศเกาหลีใต้ขึ้นเป็นอันดับ 4 รองจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่หันมาใช้งบในการวิจัยการตลาดมากที่สุด คือ กลุ่มสถาบันการเงิน บัตรเครดิต ที่แข่งขันรุนแรง ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเป็นกลุ่มที่มีใช้งบในการวิจัยมากที่สุด เพราะเป็นสินค้าที่ต้องทำตลาดตามความต้องการของผู้บริโภคมากกว่ากลุ่มสินค้าอื่นๆ
ทั้งนี้ จีเอฟเคได้เข้าร่วมทุนกับมาร์เก็ตไว้ส์เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมาร์เก็ตไว้ส์ถือหุ้น 51% และจีเอฟเค ถือ 49% เพื่อขยายธุรกิจวิจัยตลาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้านี้มีบริษัท จีเอฟเค รีเทล แอนด์ เทคโนโลยี ที่ให้บริการวิจัยตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์อยู่แล้ว การร่วมทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทก้าวเป็นบริษัทวิจัยอันดับ 6 หรือคาดว่าจะมีรายได้ 200 ล้านบาทในปีนี้ และภายใน 2 ปีข้างหน้า จะก้าวขึ้นเป็นอันดับ 3 หรือมีอัตราการเติบโตปีละไม่น้อยกว่า 20%







