posttoday
ธุรกิจเมินการเมืองลุยขาย

ธุรกิจเมินการเมืองลุยขาย

16 กุมภาพันธ์ 2553

ความไม่มั่นคงทางการเมือง และเหตุการณ์ป่วนเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจในด้านการค้าการลงทุน

ความไม่มั่นคงทางการเมือง และเหตุการณ์ป่วนเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจในด้านการค้าการลงทุน อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังตัดสินใจเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้ และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่รุนแรงเหมือนอย่างที่คิดไว้ nคนเริ่มชินอัดโปรโมชันสู้ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย กล่าวว่า ความไม่สงบทางการเมืองคงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกชุมชน เพราะผู้บริโภคเริ่มเคยชินต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ และยังคงดำเนินการจับจ่ายซื้อสินค้าของกินของใช้ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันตามปกติ ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคชุมชนท้องถิ่นยังมีความมั่นใจต่อการจับจ่ายซื้อสินค้าในร้านค้าใกล้บ้าน เห็นได้จากภาพรวมการดำเนินกิจการระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งไทยที่ยังมีอัตราเติบโตดีอยู่ รวมถึงในช่วงการตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ขอให้ทุกฝ่ายในสังคมยอมรับในผลจากคำสั่งตัดสินที่เกิดขึ้น ด้านนายธนภณ ตังคณานันท์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกเอกชนยังจะดำเนินแผนธุรกิจไปตามเดิม จากสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น เป็นผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายซื้อสินค้าคืนกลับมา พร้อมเชื่อว่ารัฐบาล หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบได้ นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา มองว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์บานปลายรุนแรง ซึ่งในส่วนขอศูนย์การค้าเซ็นทรัลเองยังเดินแผนจัดกิจกรรมตามปกติ ไม่มีชะลอ หลังจบตรุษจีนในเดือนก.พ.นี้แล้ว เตรียมจัดงานอีเวนต์ในช่วงซัมเมอร์และสงกรานต์ เริ่มตั้งแต่มี.ค.เม.ย.นี้ “เราเจอเหตุการณ์อย่างนี้มา 3 ปีแล้ว เราเตรียมทุกอย่างตั้งรับไว้อยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาเอกชนต้องพึ่งพาตัวเองตลอด” nชิงเปิดตัวก่อน 26 ก.พ.ลุยตามแผน ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ผู้ประกอบการสินค้ายังคงดำเนินการเปิดตัวกิจกรรมทางการตลาดตามแผนเดิมที่วางไว้ โดยเฉพาะสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงในหน้าร้อน อาทิ บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญการตลาดระดับโลก ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนหลักฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2010 ล่าสุดยังได้เปิดตัวคอนซูเมอร์แคมเปญ ส่งชิ้นส่วนฝาโค้กลุ้นรับแพ็กเกจทัวร์ไปชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศ ขณะที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างแอลจีและซัมซุงก็ได้เปิดตัวสินค้าเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ไปแล้วเช่นกัน รวมถึงในเร็วๆ นี้บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ก็เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “ไปแต่ตัว...ทัวร์ยกแก๊งค์ ภาค 3” เข้ามากระตุ้นผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วย มองว่าเหตุการณ์ก่อนจะถึงวันที่ 26 ก.พ.นี้ คงไม่มีอะไรรุนแรง ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจค้าปลีก ก็ต้องช่วยตัวเอง กระตุ้นให้คนกลับมามีชีวิตปกติ เพื่อสร้างโมเมนตัมที่ดีให้กับประเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจสำหรับงาน L&H Showcase 2010 ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายในงานราว 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดรวม 300 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดผู้สนใจไปแวะชมโครงการมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ที่มีสัดส่วน 20% จากคนร่วมงานประมาณ 8,000 คน นอกจากนี้ ตลอดทั้งปีบริษัทฯยังคงมุ่งสื่อสารโครงการใหม่ ๆ สู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งงบประมาณการตลาดไว้ 15% ของยอดขาย ซึ่งปีนี้จะเน้นจัดสรรงบไปลงกับสื่อใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ต เพราะเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยเร็ว ๆ นี้ จะเปิดตัวโครงการสื่อสารผ่านดิจิตอล มีเดีย เช่น โทรศัพท์มือถือเพื่อเพิ่มช่องทางเเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้สนใจได้ง่ายขึ้น นายตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไปการจัดการธุรกิจและการตลาด บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) ผู้ผลิตซุปไก่สกัดยี่ห้อแบรนด์ กล่าวว่า เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาเรื่องม็อบ หรือความรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายเดือนนี้ทางบริษัทมองว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามจะต้องทำให้ดีที่สุด และเมื่อทำดีที่สุดผลจะเป็นอย่างไร จึงดำเนินการกันต่อไปอีกที และในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยก็ประสบกับวิกฤตการเมืองมาหลายต่อหลายครั้งล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดาทั้งนั้น ทางยังคงเดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และใช้งบทางการตลาดอย่างมากมาย จึงเป็นข้อพิสูจน์ข้อหนึ่งได้ว่า หากจะมีปัญหาอะไรก็ตามที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ หรือจากนี้ไป บริษัทก็ยังคงเดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นเดิมโดยในปีนี้บริษัทจะใช้งบการตลาดมากกว่าปีที่ผ่านมาเป็นตัวเลข 2 หลัก หรือมากกว่า 100 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญต่างๆ และส่งเสริมตลาดสินค้าของแบรนด์ซุปไก่ชนิดเม็ดที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตทางด้านยอดขายไว้อย่างน้อย 15% นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไอทีแบรนด์แอลจี กล่าวว่า ยังเดินหน้าตามแผนการลงทุนขยายกำลังการผลิตใหม่ในโรงงานประเทศไทยด้วยงบ 2,000 ล้านบาท รวมถึงการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดในปีนี้ที่เตรียมงบประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยทุกกลุ่มสินค้ายังคงเดินหน้าเปิดตัวกิจกรรมตามปกติ “บริษัทเชื่อว่าหากผู้ประกอบการเอกชนทุกราย ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องตามแผนเดิมที่วางไว้ จะยิ่งส่งผลให้ภาพรวมตลาดสินค้ามีการแข่งขันรุนแรงภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณฟื้นกำลังซื้อคืนกลับมามากขึ้นในปีนี้” นายณัฐกิตติ์กล่าว นอกจากนี้ เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองที่จะเกิดขึ้นในเดือนก.พ.มี.ค.นี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในปีนี้ อย่างการจัดงานตรุษจีน วาเลนไทน์ พบว่า มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลแต่ละแห่ง มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% รวมถึงยอดขายของร้านค้าในศูนย์ก็ดีขึ้น ส่วนแลนด์แอนด์เฮาส์ เจ้าพ่อธุรกิจอสังหา ก็เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ทั้ง 13 โครงการตามแผน แลนด์แอนด์เฮ้าส์/เบญ โพสต์ทูเดย์ – แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เมินการเมืองวุ่น เดินหน้าเปิด 13 โครงการใหม่ปีนี้ ประเดิมทุ่ม 8 ล้าน จัด “โชว์เคส” กระตุ้นอารมณ์ซื้อ น.ส.ศุภรัชฎ์ วีระกุล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ในปีนี้จะเปิดโครงการใหม่ทั้ง บริษัทฯยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ โดยไม่ได้ชะลอหรือปรับแผนแต่อย่างใด แม้จะมีสถานการณ์การเมืองเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยโครงกร13 โครงการ ซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม อาทิ ที่สุขุมวิท 21 และ 62 รวมถึงที่หัวหินโดยรายละเอียดแบบบ้านและแผนการตลาดทั้งหมดจะแถลงให้ทราบในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ล่าสุดได้จัดงาน L&H Showcase 2010 ซึ่งเป็นงานแนะนำโครงการของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม รวม 35 โครงการ ที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้สนใจเข้าถึงข้อมูลที่อยู่อาศัยของบริษัทฯได้มากขึ้น โดยใช้งบประมาณรวม 8 ล้านบาท จัดงานทุกเดือน ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรวม 10 สาขา เริ่มตั้งแต่เดือนก.พ.นี้ ไปจนถึงสิ้นปี “ปีนี้จะเน้นให้ผู้รวมงานไปแวะชมโครงการมากขึ้น โดยมีกิจกรรมโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของคนซื้อให้มากขึ้น โดยมีทั้งสัมนาเรื่องฮวงจุ้ย การให้ความรู้ในการเลือกซื้อบ้านและการวางแผนทางการเงิน” น.ส.ศุภรัชฎ์ กล่าว นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ บอกว่า บริษัทปรับเปลี่ยนแผนการตลาดให้รวดเร็ว เพื่อรับความเสี่ยงทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ขณะที่ นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทองกรุ๊ป กล่าวว่า หากสถานการณ์การเมืองรุนแรงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการซื้อที่อยู่อาศัย ที่อาจจะซบเซาลง แต่เชื่อว่าความต้องการที่อยู่อายุนั้นยังมีอยู่และจะฟื้นกลับขึ้นมา ซึ่งบริษัทฯไม่ได้มีการปรับแผนการตลาดเพื่อรองรับ nอีเวนต์เลี่ยง 26 ก.พ.ต่างๆให้ผ่านพ้อนไปได้ ที่แม้ว่าขณะนี้จะเกิดความวุ่นวายต่อเนื่องแต่ก็ต้องอดทน ซึ่งขณะนี้ภาคเอกชนยังมั่นใจในศักยภาพในการดำเนินธุรกิจอยู่ นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน นายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (อีเวนต์) กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะวินาทีนี้ภาคธุรกิจมีภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดสถานการณ์ทางการเมืองก่อนวันที่ 26 ก.พ.นี้ ทำให้ทุกคนหลีกเลี่ยงที่จะจัดงานหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ในวันนั้นอยู่แล้ว”สำหรับธุรกิจการจัดอีเวนต์ ตั้งแต่ต้นปีถือว่าคึกคักกว่าปีที่แล้ว และเพิ่งจบอีเวนต์ใหญ่ในช่วงตรุษจีน ลูกค้าไม่ได้ชะลอหรือเลื่อนการจัดงานแต่อย่างใด ส่วนเดือนมี.ค.มีการจัดงานกระตุ้นยอดขายตามปกติ และบางรายเริ่มวางแผนงานสำหรับเดือนเม.ย.แล้ว โดยภาพรวมการจัดอีเวนต์ในไตรมาสแรกของปีนี้ เชื่อว่าจะดีกว่าปีที่แล้ว นอกจากนี้ การชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากข้อจำกัดในเรื่องความพร้อมด้านต่าง ๆ ของกลุ่มคนเสื้อแดงเอง ทำให้มองว่าสถานการณ์อาจไม่รุนแรงอย่างที่คาด นายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คาดเดาลำบาก ทำให้โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ “แม้ลูกค้าเริ่มใช้เงินอย่างระมัดระวัง ดังนั้นจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาในปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ต้องรอดูวันที่ 26 ก.พ.นี้ก่อนทั้งนี้ พฤติกรรมการใช้เงินของลูกค้าตั้งแต่ต้นปี แม้จะยังมีการใช้เงิน แต่เป็นไปอย่างระมัดระวัง และเลือกใช้บริการจากเอเยนซี่อิสระ ที่มีราคาถูก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท