
ดูปองท์วาดเป้า10ปีแสนล้าน
หวังรวมเออีซีดันยอดอาเซียนรุก3ธุรกิจหลักมุ่งพลังงานไทย
หวังรวมเออีซีดันยอดอาเซียนรุก3ธุรกิจหลักมุ่งพลังงานไทย
ดูปองท์มั่นใจ 10 ปี ยอดขายอาเซียนทะลุ 1 แสนล้านบาท ประกาศรุกอาหาร พลังงาน ก่อสร้าง ในไทย
น.สพ.สมชาย เลาห์วีระพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตสูงสุดในโลก ซึ่งคาดว่าหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 หรือการรวมตลาดการค้าในภูมิภาคนี้เป็นตลาดเดียว จะเป็นตัวผลักดันยอดขายในภูมิภาคนี้ให้เพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาทภายใน 10 ปีนับจากนี้ โดยปัจจุบันมียอดขายในภูมิภาคนี้ 3 หมื่นล้านบาท
“ในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศ ประเทศที่มีการเติบโตสูงคือ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย ที่เติบโตใกล้เคียงกัน โดยในไทยพบว่าอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 3040% ต่อปี” น.สพ.สมชาย กล่าว
สำหรับแผนการทำธุรกิจในประเทศไทยนั้น จะเน้นการพัฒนา 3 กลุ่มธุรกิจคือ ธุรกิจพลังงานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารการเกษตร และธุรกิจก่อสร้าง โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และก่อสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ต้องมาหาพลังงานทดแทนประเภทอื่นมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากพืชธรรมชาติ
ล่าสุด บริษัทได้วิจัยและพัฒนาพลังงานจากต้นข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชที่มีปริมาณผลิตเกินความต้องการบริโภค จากก่อนหน้านี้การพัฒนาพลังงานทางเลือกในไทยจะใช้พืชทางการเกษตร เช่น ปาล์ม อ้อย ซึ่งเป็นพืชต้องแย่งการบริโภคกับมนุษย์ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิต
น.สพ.สมชาย กล่าวว่า ดูปองท์ ได้ใช้เงินลงทุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 40 ล้านบาท เปิดศูนย์นวัตกรรมแห่งแรกของภูมิภาคอาเซียนในกรุงเทพฯ ที่อาคารจามจุรี สแควร์ ชั้น 12 เนื้อที่ 540 ตารางเมตร เพื่อศึกษาแนวทางการนำนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนความร่วมมือในประเทศ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิด และพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ สู่ตลาด
ก่อนหน้านี้ ดูปองท์ได้เปิดศูนย์นวัตกรรม 2 แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประเทศเกาหลี เพื่อพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ส่วนไต้หวันจะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการสื่อสาร
นอกจากนี้ ดูปองท์ยังมีแผนจะเปิดศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ในภูมิภาค ละตินอเมริกา ยุโรป รวมถึงอเมริกาเหนืออีกด้วย
ปัจจุบัน ดูปองท์ อยู่ในตลาดโลกมานาน 209 ปี ใช้งบวิจัยและพัฒนาปีละ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท มีนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักเคมี และผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมทั่วโลกถึง 9,500 คน







