posttoday
สมรภูมิค้าปลีกร้อนระอุบิ๊กซีเปิดแนวรบรอบด้าน

สมรภูมิค้าปลีกร้อนระอุบิ๊กซีเปิดแนวรบรอบด้าน

18 สิงหาคม 2554

ธุรกิจห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2553 จนถึงขณะนี้ เริ่มตั้งแต่การที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ทุ่มงบกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อกิจการห้าง “คาร์ฟูร์” ภายใต้การดำเนินธุรกิจของบริษัท เซ็นคาร์ ทำให้บิ๊กซีสยายปีกเครือข่ายเป็น 105 สาขา ในปัจจุบัน

ธุรกิจห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือไฮเปอร์มาร์เก็ต มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2553 จนถึงขณะนี้ เริ่มตั้งแต่การที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ทุ่มงบกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อกิจการห้าง “คาร์ฟูร์” ภายใต้การดำเนินธุรกิจของบริษัท เซ็นคาร์ ทำให้บิ๊กซีสยายปีกเครือข่ายเป็น 105 สาขา ในปัจจุบัน

แน่นอนว่า ย่อมส่งแรงกระเพื่อมสั่นสะเทือนไปถึงผู้นำตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่าง เทสโก้ โลตัส ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของสาขาเชนค้าปลีกรูปแบบต่างๆ รวมกันไม่ต่ำกว่า 600 สาขาในไทย โดยเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 87 สาขา

ขณะเดียวกันยังสร้างความหวั่นใจไม่น้อยกับซัพพลายเชนทั้งระบบ จากอำนาจการต่อรองในช่องทางการจำหน่ายสินค้าของบิ๊กซี ที่มีจำนวนมากขึ้นในชั่วพริบตา

การรุกไล่หายใจรดต้นคอของบิ๊กซีครั้งนี้ ทำให้เกิดสงครามการแข่งขันทันที เริ่มจากการจัดโปรโมชันแข่งขายถูก การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้เข้ามาจับจ่าย เริ่มจากการจัดรายการสินค้าราคาถูกที่ตรงใจผู้บริโภค ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา บิ๊กซีและคาร์ฟูร์ผนึกกำลังจัดกิจกรรมการตลาดร่วมกันครั้งแรก เพื่อผ่องถ่ายฐานลูกค้าเดิมของคาร์ฟูร์มายังบิ๊กซี ผ่านแคมเปญ “ผนึกกำลังสนั่นวงการ ช็อปสะใจคืนกำไร 2 ห้าง” เมื่อซื้อสินค้าครบ 800 บาท จะได้รับคูปองมูลค่า 80 บาท เพื่อนำคูปองนี้ไปใช้ลดราคาได้ทั้งคาร์ฟูร์และบิ๊กซี

 

สมรภูมิค้าปลีกร้อนระอุบิ๊กซีเปิดแนวรบรอบด้าน

แต่แล้วเทสโก้ โลตัส ก็รุกกลับแถมเกทับแรง ด้วยการให้ลูกค้านำคูปองคาร์ฟูร์มาเพิ่มมูลค่า 2 เท่า จาก 80 บาท เป็น 160 บาท เมื่อใช้คู่กับเทสโก้ คลับการ์ด เพื่อดึงลูกค้าคาร์ฟูร์มายังเทสโก้ โลตัส และเกิดอีกเป็นระยะ

จนกระทั่งนำมาซึ่งการฟ้องร้องที่เกิดเป็นข่าวครึกโครมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฝั่งบิ๊กซียื่นศาลแพ่งฟ้องบริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารธุรกิจห้างค้าปลีกเทสโก้ โลตัส ในฐานกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 และการแทรกแซงการประกอบธุรกิจของผู้อื่น เรียกค่าเสียหายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 415.67 ล้านบาท

ไม่เพียงแต่การห้ำหั่นเรื่องราคาเท่านั้น แต่บิ๊กซีและเทสโก้ โลตัส ยังแข่งกันอย่างไม่ลดละ ในการขยายรูปแบบค้าปลีกใหม่ๆ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดในวงการค้าปลีก เมื่อทั้งสองรายใหญ่ต่างหันไปให้ความสนใจขยายสาขาภายใต้ฟอร์แมตใหม่ในชื่อเดียวกัน คือ “เอ็กซ์ตร้า” เพื่อยกระดับการให้บริการให้แก่กลุ่มลูกค้าระดับบน ที่มีกำลังซื้อและต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น

ห้างเทสโก้ โลตัส เปิดตัวค้าปลีก “เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า” สาขาแรกถนนพระราม 4 แห่งแรกในไทยและแห่งแรกในเอเชีย อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนบิ๊กซีเริ่มจากการพัฒนาสาขาเดิมของห้างคาร์ฟูร์ให้เปลี่ยนเป็นบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ในบางสาขา อาทิ รามอินทรา สุวินทวงศ์ เพชรเกษม ลาดพร้าว พระราม 4

กระทั่งล่าสุด บิ๊กซีได้ผุดโมเดลใหม่ในรูปแบบค้าส่ง “บิ๊กซี จัมโบ้” ซึ่งจะเป็นร้านรูปแบบใหม่ลักษณะเดียวกันห้างแม็คโคร เน้นการจำหน่ายสินค้าแบบขายส่งเป็นหลัก โดยเริ่มทดลองเปิดให้บริการสาขาแรกแล้วย่านสำโรง

ด้าน สุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามแม็คโคร ผู้ดำเนินธุรกิจห้างค้าปลีก “แม็คโคร” กล่าวว่า ไม่ได้กังวลกับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น แต่มองว่าจะทำให้ตลาดค้าปลีกมีความเคลื่อนไหวและคึกคักมากขึ้น ซึ่งแม็คโครเองก็ได้ปรับตัวมาตลอด 22 ปีของการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

สำหรับการขยายสาขาของแม็คโครนับจากนี้ จะมุ่งให้ความสำคัญกับรูปแบบห้างค้าส่งที่รองรับกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และบริการจัดเลี้ยง (โฮเรกา) ให้สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันแม็คโครมีสาขารูปแบบโฮเรกา 4 แห่ง คือ พัทยา ภูเก็ต สมุย และกระบี่ และสินค้าในกลุ่มนี้มีอัตราเติบโตมากกว่า 25%

ในปีนี้แม็คโครยังคงทุ่มงบขยายสาขาและปรับโฉมใหม่รวม 3,000 ล้านบาท โดยเปิด 2 สาขาใหม่ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่ จ.ราชบุรี และ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และในช่วง 3-4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาดจะเปิดให้บริการห้างแม็คโครอีก 3-4 แห่ง อาทิ พระนครศรีอยุธยา ลำปาง และสาขาหัวหิน ในรูปแบบโฮเรกา

อีกความมั่นใจของแม็คโคร ยังมาจากการแสดงตัวอยู่เคียงข้างโชห่วยตลอดมา ผ่านการจัดโครงการแม็คโคร มิตรแท้โชห่วย พร้อมทั้งจัดตลาดนัดโชห่วยเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “ถนนสายโชห่วย จากรุ่น...สู่รุ่น” ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ย. 2554 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งปีนี้ได้เปิดทดลองให้บริการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์เป็นครั้งแรกด้วย ขณะที่ภาพรวมทั้งปีตั้งเป้าเติบโต 10% จากรายได้ 8.9 หมื่นล้านบาท ในปี 2553 และในปีหน้าตั้งเป้าทะลุ 1 แสนล้านบาท

นี่จึงเป็นการเปิดแนวรบรอบด้านของบิ๊กซี ที่หมายยึดตลาดค้าปลีกและค้าส่งไปพร้อมกัน โดยใช้ศักยภาพสาขาที่มีอยู่ ดังนั้นแผนตั้งรับและโต้กลับจากเทสโก้ โลตัส และแม็คโครจึงน่าจับตายิ่ง!!!


 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ