
คลอดพันธบัตรออมทรัพย์ชมดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝาก
ธปท.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 3 ปี และ 7 ปี วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากเกือบ 2%
ธปท.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 3 ปี และ 7 ปี วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากเกือบ 2%
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.จะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย ปี 2554 ครั้งที่ 1 ประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอายุ 3 ปี และประเภทอัตราดอกเบี้ยคงที่อายุ 7 ปี วงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนให้แก่ประชาชนผู้มีเงินออมและองค์การที่ไม่แสวงหากำไร เช่น สหกรณ์ มูลนิธิ ฯลฯ ได้มีทางเลือกการลงทุนในพันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนที่ดี และหากมีความต้องการมาก ธปท.ก็พร้อมจะขยายวงเงินเพิ่มเติม
ผู้บริหาร ธปท.ชี้แจงว่า การออกบอนด์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยให้การบริหารสภาพคล่องในตลาดเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมกับช่วยให้ประชาชนผู้มีเงินออมโดยทั่วไปได้มีทางเลือกในการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและได้รับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากทั่วไป โดย ธปท.จะประกาศอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งหากพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยไบบอร์ 3 เดือน ในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่า อยู่ที่ระดับ 3.53% และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 7 ปี อยู่ที่ 3.57% อาจจะมีบวกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อชดเชยภาษี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้อยู่ที่ 1.72% เท่านั้น ผลตอบแทนของพันธบัตรชุดนี้จึงถือว่าสูง
พันธบัตรออมทรัพย์ทั้งสองประเภทจะเปิดจำหน่ายวันที่ 26 ส.ค. - 6 ก.ย. จำหน่ายขั้นต่ำ 5 หมื่นบาทและเพิ่มครั้งละ 1 หมื่นบาท สามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 11 แห่ง
นางผ่องเพ็ญเชื่อว่า พันธบัตรออมทรัพย์ชุดนี้จะได้รับความสนใจ เพราะเมื่อมีการลดคุ้มครองเงินฝาก นักลงทุนน่าจะหันมาลงทุนในพันธบัตรเพิ่มขึ้นเพราะมีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนดี เพราะดอกเบี้ยลอยตัวจะอิงอัตราดอกเบี้ยไบบอร์ 3 เดือน ซึ่งตอนนี้อยู่ระดับ 3.5% ส่วนดอกเบี้ยคงที่อิงพันธบัตรรัฐบาลอายุ 7 ปี ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 3.7% ก็ถือว่าผลตอบแทนดี” นางผ่องเพ็ญกล่าว
ทั้งนี้ ผู้สนใจลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ธปท.สามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและใบคำเสนอขอซื้อพันธบัตรฯได้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่าย 11 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุทธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) ธนาคารยูโอบี ธนาคารออมสิน และธนาคารฮ่อวกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น ในระหว่างวันที่ 26 ส.ค.- 6 ก.ย.นี้







