
ไทยประกันเน้นฟันกำไรลงทุน
เล็งเก็บหุ้นกู้เอกชนบุกเมืองนอก ผนึกซิกน่าประกันขายผ่านโทร.
โพสต์ทูเดย์
— ไทยประกันชีวิตหนีลงทุนพันธบัตร เบนเข็มลงทุนหุ้นกู้เอกชนหวังผลตอบแทนเพิ่มนางวรางค์ ไชยวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ในปี 2553 บริษัทตั้งเป้าทำผลตอบแทนจากการลงทุนให้ได้ 5.2% ซึ่งจะหันไปเน้นการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ และอัตราดอกเบี้ยยังไม่มีแนวโน้มปรับขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทมีความต้องการลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะผลตอบแทนดีกว่าในประเทศ แต่การลงทุนในต่างประเทศยังติดขัดเรื่องการขออนุญาตลงทุนจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และการขออนุญาตแต่ละครั้งจะได้สัดส่วนการลงทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“
ปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในต่างประเทศคิดเป็น 78% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่ 1.5 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับเพดานที่คปภ.กำหนดให้ลงทุนได้” นางวรางค์ กล่าวนางวรางค์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนรวม 1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในพันธบัตร 30% เงินฝาก 30% ตั๋วสัญญาใช้เงิน 15% ตราสารหนี้ 10% และอื่นๆ 15%
ด้านการดำเนินธุรกิจ ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับ บริษัท ซิกน่า ประกันภัย เพื่อเพิ่มช่องทางขายผ่านโทรศัพท์ หรือเทเลมาร์เก็ตติง ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มาชดเชยยอดขายผ่านธนาคารยูโอบี เพื่อรายย่อยได้หมดสัญญาไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
สำหรับแบบประกันชีวิตที่ขายผ่านซิกน่าประกันภัยนั้น มี 2 แบบ คือ แบบกรมธรรม์ไทยธนทวี 15/5 จ่ายเบี้ย 5 ปี คุ้มครอง 15 ปี มีเงินคืนทุกปี คือ ปีที่ 15 มีเงินคืน 6% ของเงินเอาประกัน ปีที่ 614 รับเงินคืน 9% ครบกำหนดสัญญารับเงินคืน 3.39 เท่าของเงินเอาประกัน และแบบกรมธรรม์ไทยธนทวี 18/9 ชำระเบี้ย 9 ปี คุ้มครอง 18 ปี มีเงินคืน 4% ของเงินเอาประกันภัยตั้งแต่วันครบรอบปีที่ 9 เป็นต้นไป ครบสัญญารับอีก 1.14 เท่าของเงินเอาประกันภัย โดยตั้งเป้ายอดขายเอาไว้เดือนละ 20 ล้านบาท หรือปีละ 240 ล้านบาท
นายแกรี เด็นสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ซิกน่า ประกันภัย กล่าวว่า จะเริ่มทดลองขายให้กับลูกค้าของบริษัทก่อนที่มีอยู่ 2 แสนราย หลังจากนั้นจะขายให้กับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ ที่ซิกน่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่ โดยบริษัทได้ส่งพนักงานไปฝึกอบรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกับบริษัท ไทยประกันชีวิต แล้ว
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายผ่านโทรศัพท์ประมาณ 500 คน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 130 คน และตั้งเป้าพนักงานขายเพิ่มขึ้นเป็น 800 คน โดยเป็นพนักงานในกรุงเทพฯ 100 คน ที่เหลืออยู่ในต่างจังหวัด และมีแผนที่จะเพิ่มศูนย์คอลเซ็นเตอร์อีก 1 แห่งในต่างจังหวัด







