
ทาทาตั้งไทยฐานอาเซียน
แผนปี’58ผลิตเหล็ก3ล้านตันเลิก3ยี่ห้อเก่าใช้เหมือนทั่วโลก
ทาทาสตีล ตั้งเป้า’58 ดันไทยฐานผลิตป้อนอาเซียน โละ 3 แบรนด์เก่าทิ้ง
ใช้ “ทาทา คิสคอน” บุกตลาดไทยแทนชี้แนวโน้มราคาเหล็กส่อเค้าขยับ
นายลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายปี 2558 จะขยายกำลังการผลิตเป็น 3 ล้านตัน เพื่อให้ไทยเป็นฐานผลิตป้อนตลาดอาเซียน จากปัจจุบันทั้งสามโรงงานมีความสามารถในการผลิตได้ 1.5 ล้านตัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.7 ล้านตันภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศด้วย โดยหากการเมืองในประเทศมีความมั่นคงและโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เช่น รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นตามนโยบายหาเสียงจริง ก็จะยิ่งกระตุ้นให้บริษัทเร่งการลงทุนขยายการผลิตได้เร็วขึ้น
สำหรับแผนทำตลาดในไทย ขณะนี้บริษัทแม่ ทาทา สตีล กรุ๊ป ได้นำแบรนด์ “ทาทา คิสคอน” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ใช้ทั่วโลก เข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จากก่อนหน้านี้ที่เข้ามาซื้อกิจการ 3 โรงงานผลิตเหล็กยักษ์ใหญ่ของไทยตั้งแต่ปี 2549 และลงทุนเพิ่มอีก 3,000-4,000 ล้านบาท และปรับการผลิตให้ได้มาตรฐานตามบริษัทแม่ โดยจะใช้แบรนด์ทาทา คิสคอนแทน 3 แบรนด์เดิมที่เคยทำตลาดในไทย คือ บกส. บลส. และเอ็นทีเอส
ทั้งนี้ 3 แบรนด์ดังกล่าวเป็นชื่อตาม 3 โรงงานผลิตเหล็กที่กลุ่มทาทา สตีล กรุ๊ป เข้ามาซื้อกิจการ จากนี้จะไม่มีแบรนด์เหล่านี้ในตลาดแล้ว โดยหันมาสร้างแบรนด์ทาทา คิสคอน ให้คนไทยยอมรับและปรับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยให้สนใจยี่ห้อเหล็กมากขึ้น
ขณะที่เป้าหมายในไทยปีนี้ ตั้งเป้า 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาเหล็กจนถึงสิ้นปีด้วย โดยแม้ว่าราคาในไตรมาสนี้จะชะลอตัว เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซันของงานก่อสร้าง แต่หลังจากนี้มีโอกาสที่จะขยับขึ้น โดยปีนี้ราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 22 บาทต่อกิโลกรัม จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 21 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านความต้องการบริโภคเหล็กภายในประเทศปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.8 ล้านตัน จากกำลังการผลิตทั้งหมดในตลาดอยู่ที่ 5-5.8 ล้านตัน โดยปีนี้คาดว่าความต้องการน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 8% สูงกว่าการขยายตัวของภาคก่อสร้าง ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4-5%
ขณะที่เหล็กเบาหรือเหล็กไม่ได้มาตรฐานซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 30% ของปริมาณเหล็กทั้งระบบ ยังคงเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการต้องเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงอันตรายของการใช้เหล็กดังกล่าว โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัดที่มีโรงงานผลิตเหล็กเบาเป็นจำนวนมาก
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน ก.ค. ราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็กขึ้นจากเดือน มิ.ย. 1% แต่ปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11% และภาพรวม 7 เดือนแรก ราคากลุ่มเหล็กปรับขึ้นมาแล้ว 13%







