
BOIเล็งขออุตฯให้ประโยชน์ภาษีนักลงทุน
บีโอไอ จ่อคิวพบ รมว.อุตสาหกรรม 21 ส.ค.นี้เล็งชี้ความจำเป็นยังต้องมีสิทธิประโยชน์ภาษีกับนักลงทุน
บีโอไอ จ่อคิวพบ รมว.อุตสาหกรรม 21 ส.ค.นี้เล็งชี้ความจำเป็นยังต้องมีสิทธิประโยชน์ภาษีกับนักลงทุน
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ส.ค. นี้ผู้บริหารบีโอไอมีกำหนดเข้าพบน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ เพื่อรายงานภารกิจหลักในการทำงาน รวมทั้งแผนส่งเสริมการลงทุนและการชี้แจงความจำเป็นของการมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ที่ผ่านมาบีโอไอได้หารือกับกระทรวงการคลังไปแล้วถึงการทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีของนักลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจา 30 % เหลือ 23% ภายในปี 2556 ซึ่งในภาพรวมการปรับลดสิทธิประโยชน์ฯสามารถดำเนินการได้ในบางกิจการ แต่ถ้าเป็นกิจการที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายก็ยังจำเป็นต้องมีไว้เป็นเครื่องมือในการชักจูงการลงทุน แต่อาจจะปรับลดลงได้บ้างตามความเหมาะสม
นอกจากนี้จะหารือถึงการต่อระยะเวลาของมาตรการส่งเสริมการลงทุนของกิจการเอสเอ็มอีที่จะสิ้นสุดในปี 2554 และมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการพัฒนาที่หยั่งยืน ที่จะสิ้นสุดในปี 2555 ซึ่งขึ้นอยู่กับรมว.อุตสาหกรรมจะพิจารณาให้ต่ออายุมาตรการออกไปหรือให้สิ้นสุดระยะเวลาตามที่ได้กำหนดไว้
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ยังต้องใช้นโยบายส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน กิจการวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เป็นต้น
“คงนำหารือกับรมว.อุตสาหกรรมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุน ซึ่งบางอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อไป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน แต่หากจำเป็นต้องปรับลดลงบ้างก็ต้องมาพิจารณาตามความเหมาะสม บีโอไอพร้อมที่จะปฏิบัติตาม”นางอรรชา กล่าว
นางอรรชกา กล่าวถึงการจัดงาน “นิทรรศการบีโอไอแฟร์ 2011”ระหว่างวันที่ 10-25 พ.ย. 2554 ว่า จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนโดยขณะนี้ได้รับการตอบรับจากบริษัทต่างๆ เข้าร่วมงานแล้วกว่า 800 บริษัท จะมีคนเข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน และนับเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นมั่นใจผลจาการจัดงานครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการตัดสินใจลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ามูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท







