posttoday
ซีพีชี้สู้สินค้าเกษตรแพง

ซีพีชี้สู้สินค้าเกษตรแพง

17 สิงหาคม 2554

รัฐหนุนผลิตให้มากกว่าบริโภคย้ำ5ปีทุ่ม4หมื่นล.เป็นครัวโลก

รัฐหนุนผลิตให้มากกว่าบริโภคย้ำ5ปีทุ่ม4หมื่นล.เป็นครัวโลก

ซีพีเอฟ ชงแนวบริหารสินค้าเกษตรไม่ให้แพง รัฐต้องหนุนเพิ่มผลิตให้สอดคล้องบริโภค ทำ 1 ฟาร์ม 1 ตำบล

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร พร้อมทีมบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ในการบริหารสินค้าเกษตรไม่ให้ราคาปรับขึ้นไปสูงรัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุนให้เพิ่มผลผลิตสอดคล้องกับการบริโภค รัฐบาลต้องมองสินค้าเกษตรเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าราคาอ่อนไหวขึ้นลงมาก กับกลุ่มที่แปรรูปราคาปรับปีละไม่มาก โดยในส่วนของสินค้าเกษตรอ่อนไหว เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง ปลาหรือไข่ไก่ รัฐบาลต้องเข้ามาส่งเสริมให้เกิดการผลิตมากเพื่อให้ซัพพลายมากกว่าดีมานด์ ราคาไม่แพงจากกลไก ไม่ใช่ใช้กฎหมายมาคุมราคา

การแก้ปัญหาสินค้าปศุสัตว์ราคาแพง เช่น กลุ่มสุกรและไข่ไก่ รัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเลี้ยงได้เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลสนับสนุนด้านวิชาการ เทคโนโลยีและเงินทุน ซึ่งต้องกำหนดนโยบายให้ชัดเจน เพราะลำพังจะให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการนั้น ที่ผ่านมาเห็นว่ายังไม่ได้ผลขณะที่สินเชื่อให้กลุ่มเกษตรกรเหล่านี้ ควรเป็นเงื่อนไขพิเศษเพื่อจูงใจในการลงทุน

“จริงๆ รัฐบาลรู้ แต่อาจจะงบประมาณจำกัด ขณะนี้เกษตรกรรายย่อยเกิดยาก มีปัญหาทั้งเงินทุน แบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้ การจัดการฟาร์มทำให้มีปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ค่อยยินยอมอนุญาตให้มีการเลี้ยงกระจัดกระจายอย่างเมื่อก่อน ทำให้ปริมาณผลผลิตในส่วนนี้หายไป ผลผลิตส่วนมากจึงมาอยู่ที่ผู้เลี้ยงรายใหญ่ที่มีระบบการเลี้ยงที่ปลอดโรค” ทีมบริหารซีพีเอฟ กล่าว

ฉะนั้น เกษตรกรไทยต้องปรับการเลี้ยง จากต่างคนต่างเลี้ยง มาเป็นการจับมือกันเลี้ยงในรูปของสหกรณ์แต่ละตำบลหรืออำเภอ โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงถือหุ้นร่วมกันในรูปแบบ 1 ตำบล 1 ฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีศักยภาพโอกาสเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น นำมาสู่การพัฒนาจัดการฟาร์มที่ดีและได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลสนับสนุนวิชาการ เทคโนโลยีและเงินทุน ซึ่งต้นทุนที่สัตว์ตายจากโรค เช่น สุกร เป็นสัดส่วน 1020% ของต้นทุนเนื้อหมู

สำหรับแผนของบริษัทใน 10 ปีข้างหน้า วิสัยทัศน์บริษัทยังวางไว้ว่า เป็นครัวของโลก โดยแผนลงทุน 5 ปี (2554-2558) จะลงทุนรวม 4 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 8,000 ล้านบาท เพื่อให้รายได้เพิ่มขึ้นปีละ 10-15% จากปัจจุบันปี 2554 ซีพีเอฟตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2.2 แสนล้านบาท สัดส่วนมาจากกลุ่มฟีด หรืออาหารสัตว์ 35% จากฟาร์ม หรือพันธุ์สัตว์ 40% และกลุ่มฟู้ด อาหารแปรรูปในยี่ห้อ เช่น ซีพี ไก่ย่างห้าดาว 25%

การลงทุนแต่ละปีจะเน้นกลุ่มฟีดในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ลงทุนกว่า 10 ประเทศ ยังมีโอกาสอีกมาก ส่วนในไทยเน้นกลุ่มฟู้ด และการขยายช่องทางจำหน่าย ซีพี เฟรชมาร์ท อีก 10 ปี จะมีให้ได้ครึ่งหนึ่งของเซเว่นอีเลฟเว่นที่จะมี 1 หมื่นสาขา ขณะไก่ย่างห้าดาวจะขยายปีละ 800 สาขา จากขณะนี้มี 4,000 สาขา

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท