
เลิกกังวลบาทแข็งค่าแค่1% ธุรกิจสู้คู่ค้าได้
ธปท. ไม่ห่วงเงินบาทแข็งค่าทำลายศักยภาพการแข่งขันของไทย เหตุน้อยกว่าคู่ค้า
ธปท. ไม่ห่วงเงินบาทแข็งค่าทำลายศักยภาพการแข่งขันของไทย เหตุน้อยกว่าคู่ค้า
น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในขณะนี้ค่อนข้างนิ่ง ถ้าเทียบตลาดเงินบาทกับตลาดอื่นในช่วง 2-3 วันนี้ ถือว่าเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบมาก ต่างจากสกุลเงินอื่นที่ผันผวนรุนแรงมาก ทำให้ที่ห่วงกันว่าปีนี้ค่าเงินบาทจะแข็งค่ามาก อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจของไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้นั้นไม่ควรจะมีแล้ว เพราะถ้าเทียบกับสกุลคู่ค้าคู่แข่งแล้ว ถือว่าแข็งค่าขึ้นน้อยมาก
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเพียง 1% จากระดับ 30.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 29.80-29.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นแค่ 1% จึงไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เพราะถ้าเทียบกับคู่ค้าคู่แข่ง เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ที่แข็งค่าขึ้นไปเฉลี่ย 3.5-7% ทำให้ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงมาก
น.ส.วงษ์วธู เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทไทยเริ่มมีการมาขออนุญาตนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีทั้งไหลเข้าและไหลออก จึงไม่น่าห่วง ตลาดเงินบาทมีทั้งคนซื้อเงินเหรียญสหรัฐออกไป และมีคนต้องการขายเงินเหรียญสหรัฐกลับเข้ามาเช่นกัน ในตลาดทองคำที่เร่งส่งออกไปขายในช่วงราคาแพงก็มีเงินเหรียญสหรัฐเข้ามา แต่พอทองคำราคาลงก็มีการซื้อเงินเหรียญสหรัฐกลับเข้ามาเช่นกันกับภาคการส่งออกและนำเข้า ที่ปัจจุบันมีความต้องการการซื้อขายเงินเหรียญสหรัฐค่อนข้างสมดุล ที่สำคัญ ยังมีการซื้อป้องกันความเสี่ยงกันมากขึ้น ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวแบบทูเวย์หรือ 2 ทิศทาง คือ มีทั้งความต้องการซื้อและความต้องการขายเงินเหรียญสหรัฐ เป็นไปตามดีมานด์และซับไพรส์ของตลาดที่ค่อนข้างสมดุล แตกต่างจากตลาดเงินสกุลอื่น
อย่างไรก็ตาม ถึงตลาดเงินบาทจะค่อนข้างนิ่ง ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยถูกขายออกมามาก แต่ก็เริ่มปรับดีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 15ส.ค.ที่ผ่านมา ด้านตลาดเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นก้เป็นไปตามตลาดในต่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้ผันผวนจนน่าห่วง







